4-Business-Money

จากตอนที่ผ่านๆ มา ที่ผมได้เขียนเรื่องการเงิน

ผมมองว่า

สุดท้ายแล้ว ปัญหาของระบบทุนนิยม ก็เกิดจากเหตุผลเดียวกับปัญหาของระบบคอมมิวนิสต์ นั่นคือ "ความโลภ"

Communism -> ระบบที่เชื่อว่าไม่มีใครโลภ

Capitalism -> ระบบที่ส่งเสริมให้คนโลภ

สรุปว่าปัญหาคือ มนุษย์มีความโลภ เป็นปัญหาที่ระบบเศรษฐกิจใดๆ ก็ไม่มีทางแก้ไขได้เลย และคนที่โลภมากๆ มักจะเลว ด้วย

แต่จะปล่อยให้คนรวยมีแต่คนเลว อย่างนี้ก็ไม่ไหวครับ เพราะในระบบทุนนิยม คนรวย คือคนที่มีอำนาจ .. ถ้าคนเลวคนหนึ่งรวยขึ้นมา ก็จะกลายเป็นคนเลวที่มีอำนาจ... ผมคิดว่าถ้าไม่อยากให้คนเลวครองประเทศครองโลก ก็ต้องมีคนดีๆ เป็นคนรวยบ้าง จะได้คานอำนาจกัน ซึ่งปัจจุบันผมก็เชื่อว่ามีอยู่ อย่างที่บอกว่าทรัพย์สินเกินครึ่งในประเทศไทย เป็นของคนแค่ 27 ตระกูล .. ผมก็เชื่อว่าใน 27 ตระกูลนี้ ไม่ได้เป็นคนเลวไปทั้งหมดหรอก ย่อมต้องมีคนดีด้วย ที่สร้างฐานะตัวเองมาอย่างสุจริต และกำลังมุ่งช่วยเหลือประเทศและสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน จริงๆ อาจจะเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำไปก็ได้

ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ก็คือการเล่นไปตามกติกาของระบบทุนนิยมให้ดีที่สุดที่เราทำได้ เพราะถ้าปล่อยให้คนโลภและเลวรวยอยู่กลุ่มเดียว แล้วคนดีๆ ทั้งหมดก็มีแต่คนจน แล้วจะมีใครช่วยเหลือคนจนแต่ดีเหล่านั้นล่ะ? ถ้าเกิดว่ามีคนดีที่ร่ำรวย ที่ตั้งใจจะช่วยเหลือคนจน อย่างนี้น่าจะดีกว่า .. และตัวของเราเอง แทนที่จะเป็นคนจน ก็เป็นคนที่พอมีอันจะกิน มันก็น่าจะดีกว่า มีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นๆ มากกว่า มันก็น่าจะดีกว่าใช่ไหม

เรียกว่าเหตุผลที่อยากรวย ไม่ใช่เพราะความโลภ แต่เพราะความอยากที่จะมีโอกาสช่วยเหลือคนอื่น .. ถ้าอย่างนี้มันจะดีกว่าไหม

การ(บอกตัวเองว่า)เป็นคนดี จึงไม่โลภ จึงยอมจนสนิท โดยที่ตัวเองยังแทบเอาไม่รอด(อย่าว่าแต่ช่วยคนอื่นเลย) จนกระทั่งเป็นภาระคนอื่นด้วยซ้ำ แล้วก็ได้แต่บ่นว่าคนรวยมันเลว คนรวยมันเลว ไอ้ 27 ตระกูลนั่นมันเป็นคนเลว ต้องเป็นคนจนอย่างฉันถึงจะเป็นคนดี ? คนรวยมันเลวไม่ยอมกระจายรายได้มาให้คนจนๆ อย่างเรา ... เพื่ออะไร ? มันช่วยอะไรได้ ? บางทีมันเหมือนเป็นการปล่อยให้คนเลวทำสิ่งที่มันอยากทำได้สบายๆ ด้วยซ้ำ ..

แล้วเมื่อคนเลวครองประเทศครองโลกจริงๆ จนทำให้ชีวิตของคนดีๆ แต่จนอย่างคุณเป็นเหมือนเพียงทาส .. คุณจะรู้สึกอย่างไร? .. คุณเป็นคนดี แล้วคุณช่วยต่อสู้กับคนเลวเพื่อประโยชน์ของคนส่วนรวมทั้งหมดอย่างไร? หรือคุณสู้ได้เพียงด้วยคำด่า? .. ใช่ มันไม่จำเป็นว่าคุณต้องรวยถึงจะสามารถช่วยเหลือคนอื่น แต่ถ้าคุณจะช่วยเหลือคนอื่นได้เต็มที่ อย่างน้อยมันก็ต้องใช้เวลาของคุณ แล้วถ้าคุณยังต้องทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองยังแทบไม่พอ แถมต้องทำงานตลอดเวลาเพื่อแค่ยังชีพ แล้วคุณจะช่วยใครได้?

ด่าคนเลว มันช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ คนเลวมันใช้เงินซื้อคนเลว เพียงเท่านี้มันก็คุมโลกทั้งใบได้แล้วครับ แล้วมันสามารถกำจัดคนที่ต่อต้านมันทิ้งได้ง่ายๆ ...

ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน มันก็ย่อมต้องมีคนเลวเสมอครับ เพราะนี่คือโลกความเป็นจริง ไม่ใช่โลกในอุดมคติ ...

คนดีจึงต้องทำส่วนของตัวเองให้ดีที่สุดครับ .. ที่สำคัญคือในสังคมโลกที่พัฒนาแต่ทางวิทยาศาตร์เทคโนโลยีและมุ่งแต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่แทบไม่ได้มีการพัฒนาหรือส่งเสริมการพัฒนาทางจิตวิญญาณเลย แม้แต่ศาสนาต่างๆ ในโลกที่เคยจรรโลงจิตใจคนก็มีแต่เสื่อมลงๆ ดังนั้นหน้าที่อย่างหนึ่งของคนดี จึงเป็นการร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมให้คนในสังคมได้พัฒนาตัวเองทางด้านจิตวิญญาณ ให้เห็นความสำคัญและความมีค่าของสิ่งที่ไม่ใช่เพียงวัตถุ ให้เห็นคุณค่าของการเสียสละมากกว่าการเอาเปรียบ และให้เห็นความสำคัญของการยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่

ในหนังสืองานเขียนใหม่ๆ หลายเล่มที่ผมอ่าน เขาบอกว่า หากมนุษยชาติไม่สามารถพัฒนา ยกระดับจิตวิญญาณของตัวเอง .. อย่างน้อยก็ให้ตามทันกับเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว.. มนุษยชาติก็อาจจะทำลายตัวเองจนสูญพันธุ์ ก็เป็นได้

มาต่อ series การเงินครับ ถึงแม้ว่าดูท่าทางคนจะอ่านน้อย แต่ไหนๆ ก็เขียนทิ้งไว้แล้ว ก็เอามา post ซะหน่อย :D

ปัญหาหลักของระบบทุนนิยมคือ ในระบบทุนนิยม ทรัพย์สินบนโลกทั้งหมดจะมีแนวโน้มที่จะไปกระจุกตัวอยู่กับคนส่วนน้อย ซึ่งคนส่วนน้อยนี้จะรวยขึ้นรวยขึ้น ปัญหานี้เมื่อรวมกับระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เอื้อและปกป้องนายทุนและคนที่รวยอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้กลุ่มที่ร่ำรวย ร่ำรวยยิ่งขึ้น

ผมไม่ได้กำลังเจาะจงโจมตีรัฐบาลปัจจุบันของประเทศไทยที่นำโดยนายทุนนะครับ เพราะแท้ที่จริงแล้ว ทุกๆ รัฐบาล และทุกๆ พรรคการเมืองนั้น หนุนหลังด้วยนายทุนทั้งนั้น เพียงแต่ว่าจะเป็นนายทุนกลุ่มไหนเท่านั้นเอง ... ในปัจจุบันระบบการปกครองประชาธิปไตย แท้ที่จริงคือระบบการออกกฏหมายและบริหารประเทศของนายทุนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนนั่นเอง และเป็นเช่นนี้ทั่วโลกครับ ... เพราะพรรคการเมืองนั้นยังไงก็ต้องใช้เงิน และเงินจะมาจากไหนได้ถ้าไม่ใช่นายทุน ?

มันเป็นระบบที่ทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่มีสิทธิมีเสียงอะไรมากนัก ได้แต่คาดหวังว่าระดับนายทุนเขาจะเมตตาพวกเราบ้าง ช่วยเหลือพวกเราบ้าง

จริงอยู่ในรูปแบบนี้อาจจะไม่เรียกว่าทุนนิยม ตามนิยามของทุนนิยมในอุดมคติ เพราะทุนนิยมในอุดมคติ ต้องประกอบด้วยกลไกตลาดที่เป็นตลาดเสรี 100% ปราศจากการแทรกแซงหรือควบคุมโดยรัฐกลางใดๆ ..

เจตนารมณ์ของระบบผสมที่เรามีในปัจจุบันคือการมีรัฐบาลเป็นผู้คอยดูแลผลประโยชน์ของคนทั้งประเทศ โดยแทรกแซงตลาดและออกกฏหมายต่างๆ ถ้ามันจำเป็นสำหรับการปกป้องผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ เรียกว่าอาจเป็นกลไกที่พยายามคานอำนาจของนายทุน และสอดแทรกความเป็นสังคมนิยมเข้ามาบ้างเท่าที่จำเป็นเพื่อคนในประเทศ

แต่แนวโน้มที่เกิดขึ้นคือ อำนาจรัฐ กลับกลายเป็น เครื่องมือ ของนายทุน ในการรักษาและขยายผลประโยชน์ของตัวเองให้มากยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นไป และเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ในประเทศ ซึ่งแนวโน้มนี้เริ่มจะเห็นได้อย่างชัดเจนในอเมริกา

ที่อเมริกาเท่าที่ผมอ่านมาก็น่าจะมีการกระจายทรัพย์สินในประเทศแย่กว่าประเทศไทยด้วยซ้ำ คนอเมริกันที่ว่าร่ำรวย แท้ที่จริงแล้วคนรวยเป็นส่วนน้อยของประเทศ (น้อยกว่า 5%) ขณะที่ส่วนมากนั้นเป็นหนี้สูงมาก หนี้สินสูงกว่าทรัพย์สิน ถึงแม้รายได้มาก แต่หนี้สินก็สูงมากเช่นกัน และหนี้สินของทั้งประเทศก็สูงมากๆ ... ปัจจุบันเศรษฐกิจของ US กำลังใกล้จะล้มละลายเต็มที่แล้ว ... สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ คนชนชั้นสูงสุดใน US กำลังใช้รัฐบาล การออกกฏหมาย และสื่อเป็นเครื่องมือในการตักตวงผลประโยชน์ให้มากที่สุด ในขณะที่ประชาชนในชนชั้นกลางที่เหลือเป็นล้านๆ คนจะกลายเป็นคนจนหรือล้มละลาย พร้อมๆ กับการสูญค่าของเงิน dollar ...

ในระบบนี้ สื่อต่างๆ นั้นมีแนวโน้มที่จะตกเป็นเครื่องมือของนายทุนและรัฐอย่างสิ้นเชิง โดยที่สื่อเองก็เต็มใจ โดยเฉพาะที่สหรัฐทั้งรัฐบาลและสื่อนั้นร่วมมือกันให้ข่าวและข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ เพื่อหลอกให้ประชาชนเห็นด้วยกับนโยบายต่างๆ เช่นการทำสงครามกับอีรักบนหลักฐานเท็จ การสร้างภาวะแห่งความหวาดกลัว เพื่อให้สามารถเข้าสู่ wartime economy อันจะสร้างผลประโยชน์ให้ชนชั้นสูงสุดในรัฐบาลได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและเงินภาษีของชนชั้นล่าง

อีกตัวอย่างคือการส่งเสริมนโยบายอย่างเช่นการ outsource งาน IT ไปยังประเทศโลกที่ 3 เช่นอินเดีย เป็นการกระทำที่เพิ่มการขาดดุลการค้า ทำให้รายได้ของชนชั้นกลางลดลง แต่เอื้อประโยชน์ให้คนรวยที่ถือหุ้นของบริษัทเหล่านั้น .. เรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนทั้งประเทศคือการเก็บงานที่สามารถสร้างรายได้ไว้ในประเทศ ไว้ให้ชนชั้นกลาง และการออกกฏหมายควบคุมการ outsource งาน .. แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเพิกเฉยต่อสถานการณ์ พร้อมๆ กับการสูญงานเป็นหมื่นๆ ถึงแสนๆ ไปให้กับประเทศกำลังพัฒนา เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่ม profit margin ให้กับเจ้าของบริษัทเหล่านั้น

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของผลผลิตที่แย่ ที่ได้จากระบบทุนนิยมบวกกับประชาธิปไตยที่มุ่งหวังให้รัฐบาลดูแลผลประโยชน์ของประชาชน ... เพราะสิ่งที่ได้ออกมากลายเป็นระบบที่นายทุนควบคุมอำนาจรัฐเพื่อทำให้ตัวเองรวยยิ่งขึ้น .. ส่วนประชาชนทั้งประเทศคือผู้ที่ถูกเอาเปรียบ

สำหรับสิ่งที่ผมเขียนนี้ ในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ และพฤติกรรมของชนชั้นสูงสุดที่ปกครองประเทศ มาจากบทความ ข่าวและหนังสือหลายๆ เล่มที่ผมอ่านครับ

ถ้าสนใจเกี่ยวกับเรื่องปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ ลองหาหนังสือ Rich Dad's Prophecy ซึ่งทำนายการล้มละลายของเศรษฐกิจสหรัฐไว้ในไม่กี่ปีนี้ หรือลองอ่านบทความนี้บน web http://www.stock-market-crash.net/coming-crash.htm และยังมีบทวิเคราะห์ของนักเศรษฐศาตร์จำนวนมากที่กล่าวในทิศทางเดียวกันลองหาเอาจาก web นะครับ

ส่วนเรื่องของพฤติกรรมของชนชั้นสูงสุดที่ US ก็หาอ่านได้ที่ www.rense.com และอีกหลายๆ ที่ครับ

อ้อแล้ว มิ.ย. นี้ เตรียมดู US ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด Iran ได้ครับ

คราวหน้าผมจะเขียนต่อเกี่ยวกับว่าตัวเราจะทำอะไรได้บ้าง

มาต่อเรื่องการเงินต่อเลยครับ ... จริงๆ บทความชุดนี้ผมจะพยายามสื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลครับ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ยังไงก็ช่วยติดตามอ่านหน่อยนะครับ

มาพูดถึงระบบคอมมิวนิสต์นิดหน่อย จะได้มีจุดเปรียบเทียบกับระบบทุนนิยม (หรือไปอ่านเองสั้นๆ ได้ที่ wikipedia http://en.wikipedia.org/wiki/Communism)

สำหรับระบบเศรษฐกิจสังคมแบบคอมมิวนิสต์นั้น มันเป็นทฤษฏีที่นาย Karl Marx เป็นคนคิดขึ้นมาคนแรก .. นาย Karl Marx บอกว่าระบบทุนนิยมนั้น เป็นระบบที่จะคงอยู่ไม่ได้ เพราะว่ามันจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างคนชนชั้นล่าง กับคนชนชั้นนายทุน ซึ่งเมื่อสิ่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเมื่อคนชนชั้นล่างทนไม่ได้ ก็จะเกิดการปฎิวัติของชนชั้นล่าง เพื่อทำลายระบอบทุนนิยม และนำไปสู่ระบบที่ดีที่สุดคือระบบคอมมิวนิสต์ .. ในระบบคอมมิวนิสต์ที่สมบูรณ์นั้น จะไม่มีรัฐบาลกลาง ไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไร ทุกอย่างเป็นของ "สังคม" ทุกอย่างมีการกระจายอย่างเท่าเทียมกัน

ต่อมาก็เกิดพรรคสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ในประเทศต่างๆ ที่ต้องการจะปฏิวัติประเทศเพื่อนำไปสู่ระบบคอมมิวนิสต์ที่ว่านี้ แต่กลุ่มเหล่านี้มีความเชื่อแตกต่างจาก Karl Marx อยู่อย่างนึงคือ รัฐบาลกลาง เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ... สิ่งที่พรรคเหล่านี้มองเห็นคือ รัฐบาลกลาง ที่ดูแลกำลังผลิตทั้งหมดของประเทศ ประชาชนทุกคนทำงานให้กับรัฐบาล ทุกคนได้รับการกระจายรายได้อย่างเท่าเทียมกันทั้งหมด

แต่ความล้มเหลวหนึ่งของระบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศที่ใช้ระบบนี้อย่างเช่นสหภาพโซเวียต คือความล้มเหลวของการวางแผนเศรษฐกิจในส่วนกลาง (central planning) .. ถึงแม้ว่าตัวรัฐบาลมีเสถียรภาพ แต่การบริหารและวางแผนเศรษฐกิจของประเทศแบบเบ็ดเสร็จที่ส่วนกลางนั้นล้มเหลว โดยไม่สามารถตามทันกันกับประเทศที่ใช้ระบบทุนนิยมและกลไกตลาดเสรีในโลกสมัยใหม่ได้ ทางสหภาพโซเวียตเอง เมื่อพยายามทำการแก้ไขโดยการลดการวางแผนส่วนกลาง และปล่อยให้กลไกตลาดมีส่วนมากขึ้น ก็เกิดการผิดพลาดเพราะไม่ทำอย่างมีขั้นมีตอนหรือเป็นระบบ เรียกว่าปล่อยฟรีโดยที่ไม่ทำให้คนคุ้นเคยกับระบบใหม่ กลายเป็นว่าเศรษฐกิจเสียศูนย์และหยุดชะงักและทำให้ประชาชนยากจนและอดอยากจำนวนมาก สุดท้ายสหภาพโซเวียตก็ต้องล่มสลาย และเปลี่ยนตัวเองเป็นประเทศประชาธิปไตยทุนนิยมเช่นเดียวกัน

ส่วนประเทศจีนที่เป็นอีกประเทศที่ใช้ระบบคอมมิวนิสต์นั้น ปัจจุบันสามารถพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจได้มาก ก็เพราะการลดการวางแผนในส่วนกลาง และเปิดโอกาสให้กลไกตลาดเสรีทำงานมากขึ้นโดยทำอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากการให้กลไกลตลาดทำงานในระดับภูมิภาคขนาดเล็ก จนสามารถทำให้ระบบเศรษฐกิจเป็นระบบผสมที่ลงตัวได้มาก

ข้อสรุปที่เกิดขึ้นก็คือ แม้แต่ประเทศคอมมิวนิสต์ ก็ต้องยอมรับว่าการวางแผนเศรษฐกิจและการผลิตในส่วนกลางทั้งหมดนั้น ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการปล่อยให้กลไกของตลาดเสรีทำงาน .. ในกรณีของจีนนั้น ก็เป็นตัวอย่างของการใช้ระบบผสมของทั้งสองอย่างให้ลงตัว แต่ก็เป็นข้อสรุปของความล้มเหลวของทฤษฏีระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

จริงๆ โดยจิตวิญญาณแล้ว เป้าหมายของระบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ คือการทำลายช่องว่างของชนชั้นต่างๆ .. จะไม่มีคนรวย กับคนจน จะไม่มีนายทุนกับลูกจ้าง จะไม่มีช่องว่างทางสังคม เพราะทุกคนในประเทศเท่าเทียมกัน .. ทุกคนทำเพื่อสังคมและสังคมดูแลทุกคน

ซึ่งเราจะมองเห็นจิตวิญญาณแบบ "สังคมนิยม" นี้ได้เป็นประจำ จากคำพูดของคนต่างๆ ในสังคม และโดยเฉพาะจากนักวิชาการ .. มันเป็นแนวความคิดที่เป็นขั้วที่ตรงข้ามกับระบอบ "ทุนนิยม"

แต่ปัญหาของจิตวิญญาณนี้คือ "มนุษย์นั้นมีความโลภ" คนทุกคนมีต้องการได้ ต้องการมี ต้องการอำนาจ ต้องการอยู่เหนือกว่าคนอื่น และต้องการแตกต่าง ดังนั้นการ "เท่าเทียมกันของทุกคนในสังคม" จึงเป็นสิ่งที่ขัดกับนิสัยพื้นฐานของมนุษย์ เป็นทฤษฏีที่มองโลกแบบ idealistic หรือมองโลกในแง่ดีหรืออุดมคติ มากเกินไป ... เมื่อธรรมชาติของคนไม่สามารถเข้ากับระบบนี้ จึงต้องอาศัยกำลังทหาร เป็นตัวขู่บังคับให้คนทำตัวอยู่ในกรอบ จึงกลายเป็นเหมือนกับว่าประชาชนของประเทศเป็นเชลยสงครามในประเทศตัวเองที่ต้องทำงานเยี่ยงทาสให้กับรัฐบาล สูญเสีย "เสรีภาพ" ที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง .. และคนในรัฐบาล ก็กลายเป็นชนชั้นสูงสุดที่ปกครองประเทศ ... นับว่าเป็นความล้มเหลวในอุดมคติของระบบคอมมิวนิสต์ที่ชัดเจน ..

ถ้าใครมีความเห็นอะไรหรืออยากแนะอะไรที่ผมตกหล่นหรือผิดพลาดไปก็ comment ได้ครับ .. ผมเองไม่ได้เรียนมาทางด้านเศรษฐศาตร์ครับ อาศัยอ่านเอา จึงอาจจะผิดพลาดตกหล่นได้ครับ

แล้วคราวหน้าผมจะเขียนเกี่ยวกับปัญหาของทุนนิยม โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ


edit @ 2005/04/02 17:11:56