1-Success----------

คราวที่แล้ว ผมเขียนถึงเรื่องของ "กรอบความคิด" จากหนังสือ 7 Habits of Highly Effective People ในคราวนี้ผมจะพูดถึง Habit 1 ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมคิดว่ามีประโยชน์มากๆ ในการที่จะมีชีวิตอย่างมีความสุข

1. "กรอบความคิด"
2. Habit 1: Be Proactive "จงรู้ตัวว่าคุณเลือกได้"
3. Habit 2: Begin with the end in mind "จงเลือกว่าคุณต้องการจุดสิ้นสุดอย่างไร"
4. Habit 3: First things first "จงทำตามสิ่งที่คุณเลือก"

จริงๆ ถึงแม้ว่า การเลือกว่าชีวิตนี้คุณต้องการอะไร หรือ Habit 2 อาจจะสำคัญมาก แต่ถ้าคุณไม่เข้าใจ Habit 1 คุณก็ไม่สามารถทำ Habit 2 ได้ .. เพราะก่อนที่คุณจะ "เลือกว่าคุณต้องการอะไร" คุณต้อง "รู้ตัวก่อนว่าคุณเลือกได้"

การ "รู้ตัวว่าคุณเลือกได้" ในที่นี่ รวมไปถึงทุกอย่างในชีวิตเลยครับ ตั้งแต่เรื่องเล็กที่สุด จนถึงเรื่องที่ใหญ่ที่สุด

ความหมายของมันก็คือ ในชีวิตของคนเรามีและเจอเรื่องต่างๆ มากมาย ตั้งแต่เรื่องที่อาจจะเรียกว่าสำคัญ เช่นว่าจะเลือกเรียนอะไร จะทำงานอะไร จะแต่งงานกับใคร จะเป็นคนนิสัยแบบไหน หรือเรื่องที่เกิดขึ้นในสถานการณ์หนึ่งๆ เช่น เจอเรื่องที่ไม่ชอบแล้วจะอารมณ์เสียไหม เจอสภาพที่เลวร้ายจะทำยังไง ไม่เห็นด้วยกับใครคนนึงแล้วจะทำยังไง หรือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น จะใช้เวลาว่างทำอะไร เป็นต้น ทุกเรื่องในชีวิต ทุกเหตุการณ์ เราสามารถเลือกได้ ว่าเราจะคิดยังไงกับเรื่องนั้น เราจะทำยังไงกับเรื่องนั้น เราจะตอบสนองยังไงกับเรื่องนั้น ถ้าเรามีสติและความรู้ตัวที่จะเลือก

อ้าว แล้วมันแปลกตรงไหน คุณอาจจะถาม?

ประเด็นก็คือ คนเราบางครั้งมักจะปล่อยให้ชีวิตตัวเองดำเนินไปแบบอัตโนมัติ โดยไม่ได้เลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างแท้จริง เรียกว่าปล่อยไปตามแต่มันจะเป็นไป สิ่งที่ Habit 1 บอกคือ คุณอย่าปล่อยให้เรื่องต่างๆ ในชีวิตคุณเป็นไปตามที่มันเป็นไป ทั้งๆ มันเป็นไปในทิศทางที่คุณไม่ต้องการ หรือไม่พอใจ ... ถ้าคุณไม่เลือก อาจจะมีคนเลือกให้คุณ และมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การเลือกเรียนในระดับปริญญาตรี ... เด็กนักเรียนที่ Entrance หลายๆ คน มักจะไม่ได้เลือกเรียนตามสิ่งที่ตัวเองอยากจะเรียน หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยากเรียนอะไร แต่มักจะเลือกเรียนตามที่พ่อแม่บอกให้เรียน หรือไม่ก็เลือกตามเพื่อนๆ .. นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการ "ไม่เลือก" หรืออาจเป็นเพราะ "ไม่มีสติว่าจะต้องเลือก" คือปล่อยให้สิ่งอื่น ให้คนอื่นนอกตัวเรา ที่ไม่ใช่เรา เป็นตัวตัดสิน เป็นคนเลือกให้ ว่าชีวิตของเรา ว่าอนาคตของเรา จะเป็นอย่างไร... สุดท้ายแล้วเด็กพวกนี้หลายๆ คน เมื่อเข้าไปเรียนแล้ว ก็ไม่มีความสุขกับการเรียน ... หลายคนยังดีที่ "ได้สติว่าตัวเองเลือกได้" แล้วก็ Ent ใหม่เพื่อเข้าคณะที่ตัวเองชอบ แต่หลายคนกลับ "ไม่ตัดสินใจที่จะเลือก" ต่อไป จบออกมาแล้วก็ทนทำงานในสิ่งที่ตัวเองไม่มีความสุข .. หลายๆ ครั้งคนพวกนี้ "ไม่กล้าตัดสินใจ" เพราะกลัวว่าคนรอบข้างจะมองตัวเองอย่างไร ... ซึ่งนั่นก็คือการ "ปล่อยให้สิ่งรอบข้าง สิ่งนอกกายที่ไม่ใช่ตัวเราเอง" เป็นตัวกำหนดชีวิตของเรา อีกแล้ว นั่นเอง

หัวใจของ Habit 1 ก็คือ "Control your own destiny" .. ควบคุมดวงชะตาของคุณเอง ... ควบคุมชีวิตของตัวเอง .. ด้วยการเลือกด้วยตัวเอง อย่าปล่อยให้สิ่งอื่น ให้คนอื่น เป็นตัวตัดสินว่าอะไรดี อะไรไม่ดีสำหรับเรา เพราะมีเราเท่านั้นแหละ ที่จะบอกได้ว่าอะไรดีสุดสำหรับตัวเราเอง

เคยคิดไหม ว่าจะอยู่ไปทำไมชีวิตนี้ เราอยู่ไปเพื่ออะไร? ชีวิตนี้เราต้องการอะไร? ทุกวันนี้เราอยู่ไปวันๆ เพื่ออะไร? มีจุดมุ่งหมายไหม? มีเป้าหมายไหม? เป้าหมายนั้นชัดเจนมากขนาดไหน?

ในบรรดาหนังสือต่างๆ ที่ว่าด้วยความสำเร็จในชีวิต มักจะพูดถึงคำถามนี้เสมอ

ในหนังสือ 7 Habits of Highly Effective People (โดย Stephen R. Covey) ซึ่งเป็นหนังสือด้านความสำเร็จ เล่มแรกที่ผมอ่าน และแนะนำว่าถ้าใครสนใจจะอ่านหนังสือแนวนี้ ให้อ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรก .. แต่อ่านฉบับภาษาอังกฤษนะครับ ถึงจะดี เพราะเล่มภาษาไทยแปลได้แบบว่าอ่านยากมาก .. ในหนังสือเล่มนี้ จะมีช่วง 3-4 บทแรก ซึ่งผมคิดว่ามีเนื้อหาที่ดีมาก เกี่ยวกับเรื่องดังนี้:

1. เรื่องของ paradigm หรือภาษาไทยแปลออกมาเป็นคำว่า "กรอบความคิด" แต่เพื่อให้อ่านง่ายๆ ผมจะขอแปลเป็น "มุมมอง"
2. Habit 1: Be Proactive หรือผมขอเรียกว่า "มีสติ" หรือ "จงรู้ตัวว่าคุณเลือกได้"
3. Habit 2: Begin with the end in mind "เริ่มต้นด้วยภาพของจุดสิ้นสุดในใจ" หรือ "จงเลือกว่าคุณต้องการจุดสิ้นสุดอย่างไร"
4. Habit 3: First things first "ให้ความสำคัญกับสิ่งที่สำคัญ" หรือ "จงทำตามสิ่งที่คุณเลือก"

จริงๆ ในหนังสือนี้ทั้งเล่ม บทที่สำคัญที่สุด น่าจะเป็น Habit 1 กับ Habit 2 .. แค่สองบทนี้ผมบอกได้เลยว่าเปลี่ยนชีวิตผมไปเลย

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกเมื่อตอนเรียน ปี 2 ซึ่งมันมีผลกับผมอย่างมากคือ ผมรู้สึกว่าผม "มีสติ" มากขึ้นอีกขั้น กว่าที่เคยมีมาก่อนในชีวิต คือรู้สึกว่าอะไรๆ มันชัดใส ชัดเจนขึ้นมาก .. ผมมองเห็นโลกและชีวิตของตัวเองชัดเจนขึ้น

ผมพบว่า หนังสือเล่มนี้ และหนังสือแนวนี้ จริงๆ เนื้อหาข้างใน ส่วนใหญ่มันก็เป็นอะไรที่คนเราก็น่าจะคิดเองได้ ถ้าดูเนื้อหาจริงๆ ก็อาจจะรู้สึกว่ามันคือ common sense ... แต่เป็น common sense ที่บางทีคนเราก็ลืมคิดไป .. เรื่องง่ายๆ ที่สำคัญ แต่เราลืมคิดไป .. กับอีกจุดนึงคือ มันเป็นการรวบรวม "บทเรียนในชีวิต" จากคนที่ประสบความสำเร็จ(และไม่ประสบความสำเร็จ)ในชีวิตมาแล้ว มาให้เราได้อ่าน ซึ่งชีวิตของคนเรา ก็มักจะมีปัญหาอุปสรรคเรื่องราวต่างๆ ที่คล้ายๆ กัน ดังนั้น "บทเรียนในชีวิต" ก็มักจะหนีไม่พ้นเรื่องเดิมๆ ที่ใกล้เคียงกัน ...

จึงเกิดคำถามว่า ทำไมเราต้องใช้ชีวิตแบบลองผิดลองถูกไปจนแก่ จนกว่าจะเรียนรู้ชีวิตก็ได้แต่กลับมามองชีวิตตัวเองที่ผ่านๆ มา แล้วพูดกับตัวเองว่า "ไม่น่าเลย" ... กว่าจะมี "บทเรียนในชีวิต" ก็ใช้ไม่ทันแล้ว ไม่มีประโยชน์แล้ว .. อาจจะมีก็คือใช้เอาไปสอนลูกหลานของเรา แต่พวกเขาก็คงเบื่อ ขี้เกียจฟังคนแก่บ่น (เหมือนเราตอนนี้ ฮ่าๆ) ทำไมเราไม่ศึกษาบทเรียนในชีวิตจากคนอื่น จากหนังสือต่างๆ ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อจะได้เอามาช่วยในการดำรงชีวิตตั้งแต่ตอนนี้?

นั่นคือข้อสรุปว่าทำไมผมคิดว่าการอ่านหนังสือแนวการประสบความสำเร็จในชีวิต ถึงมีประโยชน์

ซึ่ง จากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับการประสบความสำเร็จในชีวิตหลายๆ เล่ม ผมก็เริ่มพบ common theme บางอย่าง คืออย่างที่บอกว่า "บทเรียนในชีวิต" ของคนบนโลกนี้ คงไม่หนีกันมาก ดังนั้นในหนังสือด้านการประสบความสำเร็จในชีวิต ก็มักจะมีเนื้อหาไม่หนีกันมากเช่นกัน แต่ แต่ละเล่ม ก็มักจะมีจุดเด่นของมัน มีประเด็นที่น่าสนใจที่แตกต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ .. ก็คงคล้ายๆ กับบทเรียนในชีวิตของคนแต่ละคน ที่อาจแตกต่างกันไป มีจุดที่น่าสนใจต่างๆ กัน แต่ก็มีเรื่องที่เหมือนๆ กันด้วย

และ (กลับไปที่หัวข้อของวันนี้) ผมก็พบว่าเรื่องของ "การตั้งเป้าหมายในชีวิต" หรือเรียกอีกอย่างได้ว่าการ "มีความฝันนำทาง" ซึ่งตรงกับ Habit 2 ในหนังสือ 7 Habits of highly effective people ก็เป็น common theme ที่พบได้บ่อยมากที่สุดเรื่องหนึ่ง จนเรียกว่าอาจจะเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดเลยก็อาจจะเป็นได้ (ในมุมมองของผม) ...

จริงๆ ตามหนังสือ 7 habits ถ้าดูตามลำดับของบทในหนังสือ ก่อนที่ผู้แต่งเขาจะพูดถึง Habit 2 เขาจะพูดถึงเรื่องของ "กรอบความคิด" กับเรื่องของ "Proactivity (Habit 1)" ก่อน ซึ่งในแง่หนึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงที่เราอาจจะต้องเข้าใจ 2 ประเด็นนี้ ก่อนที่จะเข้าใจ Habit 2

เรื่องของ กรอบความคิด หรือ มุมมอง นั้น Covey ได้กล่าวไว้ว่า คนเราทุกคนเมื่อเกิดมาแล้ว ก็จะต้องผ่านประสบการณ์ในชีวิตที่แตกต่างกันไป ซึ่งมันจะหล่อหลอมให้แต่ละคนมี "กรอบความคิด" หรือ "มุมมอง" ที่แตกต่างกัน นั่นหมายความว่า ในเรื่องเรื่องเดียวกัน คนสองคนอาจจะมีความคิดเห็นหรือมุมมองไม่เหมือนกัน ซึ่งก็เป็นเพราะประสบการณ์ที่แตกต่างกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีคนใดคนหนึ่งถูก และอีกคนนึงผิด เสมอไป แต่มันอาจเป็นการมอง "ความจริง" คนละด้าน เท่านั้นเอง ... มันเป็นเรื่องที่ปกติ ดังจะเห็นได้บนโลกนี้ที่คนไม่เห็นด้วยกันได้ทุกเรื่อง ซึ่งต้นตอก็คือ "กรอบความคิด" ที่เกิดจาก "ประสบการณ์" ที่แตกต่างกัน นั่นเอง

นิสัยของคนเรา คือ เมื่อเราพบคนที่มีความคิดเห็น หรือมุมมอง ที่แตกต่างจากเรา เรามักจะสรุปทันทีเสมอว่า คนนั้น ผิด แน่นอน เราถูกชัวร์ ในขณะที่คนคนนั้นก็คงจะคิดเช่นเดียวกันว่า เขาน่ะ ถูกชัวร์ แต่เราน่ะ ที่มั่ว ... สิ่งที่เราต้องจดจำคือ การที่คนอื่น มีความคิดเห็นต่างจากเรา ไม่จำเป็นว่าเขาจะผิดเสมอไป แต่มันเป็นเพียงมุมมองอีกด้านนึง ของ "ความจริง" เดียวกัน เท่านั้นเอง ... เป้าหมายของเราจึงเป็นการปรับ หรือขยาย "กรอบความคิด" ของเรา หรือ "มุมมอง" ของเรา ให้ครอบคลุม "ความจริง" ให้ได้หลายด้านมากที่สุด .. เปรียบเสมือนว่า กรอบความคิดของเราเป็น "แผนที่" ส่วน "ความจริงทั้งหมดในเรื่องนั้นๆ หรือของชีวิต" เป็นพื้นที่จริงที่แผนที่นั่นเป็นตัวแทน ... ยิ่งแผนที่ของเราถูกต้องแม่นยำเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเข้าใจและสามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางดเดินได้อย่างถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น

นั่นก็คือเนื้อหาของบทที่ว่าด้วยเรื่องของ "กรอบความคิด"

เดี๋ยวคราวหน้า ผมจะต่อเรื่องของ "Habit 1" และ "Habit 2" ในหนังสือ 7 Habits ต่อครับ เพื่อสรุปต่อว่าทำไม "ชีวิตต้องมีความฝันนำทาง"

Blog นี้ ผมจะเขียนให้เป็น Blog ครับ มันจะไม่เป็นแบบ Diary ที่มักจะมีแต่เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของคนเขียน จนบางทีไม่รู้จะเขียนไปให้ใครอ่าน ... ผมจะพยายามไม่มาบ่นระบายอะไรในนี้จนเกินไป ... แต่ก็คงจะมีบ้างที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวผม เรียกว่าเพื่อให้เป็น Personality บ้าง

คือผมอยากให้ Blog นี้เป็น Blog ที่คนอ่านได้ประโยชน์ เป็น Blog ที่คนแบบเดียวกันกับผมจะชอบอ่าน

ผมเห็นและอ่าน Blog ของฝรั่งมาพอควร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น Blog ทางด้าน IT ครับ โดยเหตุผลที่ผมติดตามBlog ของฝรั่ง ก็เพราะมันมีข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ครับ เป็นข้อมูลข่าวสารที่คนเขียน Blog ไปเจอ แล้วก็เอามา Post แบ่งปันให้คนอื่นอ่านบ้าง แต่ก็จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเจ้าของ Blog แซมนิดๆ .. ซึ่งผมว่ามันคงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ Blog .. เพราะนอกจากจะได้รับข้อมูลข่าวสาร ก็ยังได้รู้จักกับคนแต่งนิดๆ แล้วก็ติดตามความเป็นไปของเขาไปด้วยซึ่งผมว่ามันเป็น balance ระหว่างInformation กับ Personality .. คือถ้าเกิดมีแต่ Information ข้อมูลๆๆๆ Blog นั้นก็จะไม่ต่างกับWeb ข่าวเลย.. แต่ถ้า Blog นั้นมีแต่เรื่อง Personal เรื่องส่วนตัวๆๆๆของคนแต่ง.. Blogนั้นก็จะกลายเป็น Diary ที่คงจะมีแต่เพื่อนของคนแต่งที่อาจจะสนใจอ่าน

ตอนนี้ผมก็เลยเลยอยากจะเขียน Blog แบบที่ผมชอบบ้าง .. จริงๆ ผมก็เริ่มเห็น Blog ของคนไทยที่เป็นรูปแบบนี้บ้างแล้วเหมือนกัน (ก็เห็นมีที่นี่ กับที่ Manager.co.th เนี่ยแหละ)

นั่นเป็นเป้าหมายเรื่องการ balance ระหว่าง information กับ personality

ต่อไปเรื่องเนื้อหา กับกลุ่มเป้าหมาย

ฮ่าๆๆ เป็นไง ดูเป็นหลักเป็นการไหม

ทางด้านเนื้อหา ก็คงหลีกไม่พ้นเรื่องที่ผมสนใจ ซึ่งหลักๆ ก็จะมีเกี่ยวกับ

  • การประสบความสำเร็จในชีวิต
  • การมีความสุขในชีวิต
  • การประสบความสำเร็จทางด้านการเงินและการทำธุรกิจ
  • การบริหารจัดการและความเป็นผู้นำ
  • การพัฒนาซอฟต์แวร์
  • เรื่องที่น่าสนใจทางด้าน IT
  • และอื่นๆ

คงจะเน้นประมาณนี้ครับ .. ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จอะไร เป็นเพียงคนที่กำลังพยายามจะเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ จากหนังสือ จากอินเตอร์เน็ต และจากการลงมือทำ ตอนนี้ก็เป็นมนุษย์เงินเดือนทั่วไปนี่แหละครับ แต่ก็มีธุรกิจเล็กๆ ที่พยายามสร้างให้เกิด(แต่กลัวจะตายซะก่อน)อยู่ครับ... คือสิ่งต่างๆ ที่ผมจะ post คงจะไม่ได้มาจากประสบการณ์อันน้อยนิดของผมหรอก แต่จะเป็นเรื่องราวที่ผมไปอ่าน ไปเจอ แล้วมาแบ่งกันมากกว่า ... คือเรียกว่า ผมกำลังพยายามเรียนรู้ แล้วก็เรียนรู้ไป ผมก็จะเอาเรื่องที่ผมคิดว่าดีๆ มา post ให้อ่านกันด้วย

เพราะฉะนั้นกลุ่มเป้าหมายก็คือ ใครก็ตามที่สนใจเรื่องพวกนี้ครับ และสนใจจะอ่านจากคำพูดที่มาจากการถ่ายทอดมาอีกทีของ "ผม" (ในแบบที่อธิบายไว้ด้านบน)

เป้าหมายส่วนตัวอีกอย่าง คงจะเป็นเกี่ยวกับการฝึกการเขียนไปด้วยครับ ...

สุดท้ายนี้ขอทิ้งท้าย Link ของ blog ที่ผมอ่านๆ อยู่บ้างตอนนี้ครับ ก็จะมี

  • http://www.joelonsoftware.com/: เป็น ex microsoft employee ที่ประสบการณ์เก๋าใช้ได้ ใน web เขานี่มีบทความเกี่ยวกับ software engineering/business มากมาย .. work มาก
  • http://www.russellbeattie.com/: อันนี้เป็น blog ที่จะเน้นไปทางด้าน mobile มากหน่อย มีเรื่องน่าสนใจๆ มาตลอด

ปล. exteen นี่แปลว่า web สำหรับคนที่ไม่ใช่วัยรุ่นแล้วป่าวนะ .. 555