2006/Jul/16

พอดีวันนี้ผมกำลังเตรียมจะประกาศรับสมัครงาน ก็เลยเข้าไปที่ Web ThaiITJobs.com ซึ่งมี webboard ThaiITPeople.com

ที่หัว webboard ก็เจอบทความที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนในอุตสาหกรรม Software ก็คือบทสัมภาษณ์ของผู้อำนวยการซิป้า ทั้งเก่าและใหม่

สัมภาษณ์ผู้อำนวยการซิป้าคนใหม่ ดร.อาวุธ พลอยส่องแสง
สัมภาษณ์ผู้อำนวยการซิป้าคนเก่า นายมนู อรดีดลเชษฐ

ทั้งสองบทความก็ได้ความรู้และทำให้เข้าใจแนวคิดการทำงานของ SIPA ได้มากพอสมควร ถ้าสนใจลองไปอ่านดูครับ

พอดีมาติดใจอยู่คำถามนึงในบทสัมภาษณ์ผู้อำนวยการคนเก่า

เมื่อก่อนเราพูดถึงอินเดีย แต่ตอนนี้ดูเหมือนเวียดนามจะแซงหน้าไทยไปแล้ว

ผม มองว่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อย่าไปกลัวแข่งขันเพราะตลาดจะโตไปถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดใหญ่มากไม่ควรจะไปบอกว่าเวียดนามเป็นคู่แข่งเราหรืออินเดียเป็นคู่แข่ง แต่ต้องทำตัวเราเองให้เป็นที่ยอมรับของทั้งโลก

สิ่งที่เราต้องการ คือขอเพียง 1% ของตลาดทั้งโลกก็เท่ากับ 4 แสนล้านบาท เราไม่ต้องไปกลัวแข่งกับอินเดีย แข่งกับเวียดนาม ถ้าวิเคราะห์แล้วเวียดนามมีพื้นฐานทางด้านการศึกษา ทางด้านฟิสิกส์ คณิตศาสตร์แข็งมาก ทำให้เด็กเวียดนามมีความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ในเชิงลึกได้

อย่าง เวียดนามต่อไปจะสามารถคิดค้นของใหม่เกี่ยวกับเรื่องซอฟต์แวร์เหมือนอเมริกา คือเป็น invention แต่เราเป็น innovation นำ invention ของคนอื่นมาใช้ เราไปทางราบ เวียดนามไปทางลึก อย่างอินเดียมีความเป็นไปทางกว้าง ทางลึกได้เพราะคนเขาเยอะ เหมือนกับรัสเซียพวกนี้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสูงมาก

ตลาด มันใหญ่ขึ้นทุกวันเพราะซอฟต์แวร์มันแฝงเข้าไปอยู่ในแทบทุกอย่างของชีวิต เราต้องสร้างคุณภาพและศักยภาพของเราแล้วตลาดมันจะมาเอง เพราะเค้กก้อนนี้มันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องแย่งกัน

สังเกตตรงที่ผมเน้นเป็นตัวหนา

สรุปว่าคนไทยไม่มีพื้นฐานการศึกษาทางด้านคณิตศาตร์ ทางด้านฟิสิกซ์ที่แข็ง แข็งไม่เท่าเวียดนาม เลยไม่สามารถเข้าใจเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์เชิงลึกได้ ???

สรุปว่าคนไทยก็เลยไม่สามารถพัฒนาคิดค้นของใหม่เรื่องซอฟต์แวร์เหมือนอเมริกาได้ ??? แต่เวียดนามเขาทำได้ ???

แล้วอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยก็เลยได้แค่จับของต่างประเทศมาใช้ ??? (ก็เลยไม่มี Intellectual Property ทางด้านซอฟต์แวร์ของตัวเอง ??? ได้แต่รับพัฒนาระบบนั่นระบบนี่โดยใช้เทคโนโลยีต่างประเทศ ???)

ถ้าพูดจริงๆ แล้ว คำพูดเหล่านี้ ในปัจจุบันมันก็อาจมีส่วนจริงอยู่ ... แต่ทำไม!!

ทำไมถึงบอกว่าการศึกษาทางด้านฟิสิกส์ และคณิตศาตร์ ของไทยไม่แข็งเท่าเวียดนาม? หรือนั่นมันเป็นเรื่องจริงแล้วในปัจจุบัน?

ทำไมถึงต้องด่วนตัดสินใจ ว่าประเทศไทยคงไม่สามารถพัฒนาทางส่วนลึกอย่างที่ว่า?

และอีกอย่างหนึ่งก็คือ นี่มันเริ่มเป็นการแสดงถึงการยอมรับของคนไทยโดยทั่วไปว่า เวียดนาม "เก่งกว่าเรา ไปไกลกว่าเราแล้ว" ?

แต่ก่อนเวียดนามในสายตาคนไทย คงไม่ต่างกับกัมพูชา หรือพม่า มากนัก ... แต่ต่อไปเราจะมองเวียดนามเหมือนมาเล ถัดจากนั้นก็มองเหมือนสิงคโปร์ และถัดจากนั้นก็จะมองเหมือนมองเกาหลี ??? เป็นประเทศเอเชียอีกประเทศ ที่พัฒนาไปไกล ด้วยนิสัยของคนที่ขยันและมุ่งมั่น ภายใต้ "ระบอบเผด็จการ" (แถมด้วยคอมมิวนิสต์)

จากประเทศที่ต้องตกอยู่ในภาวะสงครามการเมือง และเป็นสมรภูมิร้อนให้กับสงครามเย็น ... ภายในเวลาไม่กี่ปี กลับจะแซงหน้าไทย ที่แทบไม่เคยประสบภาวะเดือดร้อนอะไรเลย

และแม้ในวันนี้ ในขณะที่ประเทศเราไม่ไปไหน หมดเวลาไปปีนี้ 1 ปีกับปัญหาการเมือง ประเทศอื่นเขาก็เดินหน้าต่อไปไม่หยุด

มันคงไม่แปลกหรอกใช่ไหม ว่าทำไมเรื่องแบบนี้มันถึงเกิดได้?

ในโลกธุรกิจเขามักจะพูดกันว่า ตัดสินใจให้เร็ว สำคัญกว่าตัดสินใจให้ถูกต้อง 100% เพราะถ้ามัวแต่ใช้เวลาตัดสินใจ บางครั้งโอกาสมันอาจจะผ่านไปแล้ว

ประเทศไทยตอนนี้อยู่ในภาวะ "ไม่สามารถตัดสินใจ"

คิดดูแล้วกันว่าเสียโอกาสต่างๆ ไปมากขนาดไหน

บทความที่เกี่ยวข้อง
คนเวียดนามตาบอด
โรครักชาติ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
คุณ Chanon เป็นยังงัยบ้างคะ
ไม่ได้เข้ามาอ่าน blog ของคุณซะนานเลย
วันนี้แวะมาแล้วนะคะ
ปล. คุณ Chanon คงสบายดีนะคะ
#1  by  SwEetSeA^-^ At 2006-08-01 14:20, 
เครียด
เป็นเรื่องจริงครับ ว่าบุคลากรไทยเป็นส่วนใหญ่ อ่อนฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ มากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

พูดให้ถูกคืออ่อนทุกวิชาแหละ เพราะคนไทยทั่วไปไม่เห็นความสำคัญของการเก็บเกี่ยวความรู้

และผมก็ค่อนข้างเข้าใจเค้านะ ว่า เค้าเป็นกระทรวง ICT ซึ่ง อาจจะคุยกับกระทรวงศึกษาธิการได้ แต่ก็คงบังคับอะไรไม่ได้

และถึงจะออกนโยบายอะไรเพื่อให้ ก็ใช่ว่าในทางปฏิบัติจะส่งผลในทางปฏิบัติ
โดยรวมคือ ในรุ่นนี้ คนไทยไม่มีความสามารถในทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ไม่มีความสามารถในเชิงลึกอย่างที่เขาบอกนั่นล่ะครับ ดังนั้นนโยบายก็ต้องสนับสนุนมากกว่า

เป็นกระทรวง ICT จะให้พูดเรื่องนี้กันตรงๆ ก็คงเสียหมานะครับ นี่ก็แอบด่าอ้อมๆแล้วล่ะครับ รู้สึกว่า

ผมแปลความหมายตรงตัวได้ว่า "ก็คนเวียดนามมีความสามารถมากกว่าคนไทย แข่งตรงๆสู้เค้าไม่ได้หรอก บุคลากรเรามันไร้ความสามารถ ผมก็เลยจำใจสนับสนุนในด้านอ้อมๆแบบนี้แทน"

น่ะครับ หรือไงครับ?
ทำไมคำมันหาย...

/*และถึงจะออกนโยบายอะไรเพื่อให้คนพยายามเรียนมากกว่านี้ ก็ใช่ว่าจะส่งผลได้จริงในทางปฏิบัติ

/*ดังนั้นนโยบายก็ต้องสนับสนุนในด้านที่แน่ใจว่าสามารถทำได้มากกว่า
ไม่ใช่ว่าคนไทยไม่เก่ง ที่เก่งๆก็มีมาก แต่หลายที่ที่เรารู้จัก มักจะมีปัญหาเดียวกันคือ ทำในไทยแล้วมันไม่รุ่ง รัฐบาลไม่ได้สนับสนุนมากนัก และไม่มีเงินทุนมากมายเหมือนต่างชาต ดังนั้นเราจึงมักจะพบว่า ประเทศที่สนับสนุนเทคโนโลยีอย่างอเมริกาจะดึงตัวคนเก่งๆไปร่วมงานด้วย หรืออาจช่วยเปลี่ยนสัญชาติให้เลยด้วยซ้ำ เพราะผลงานที่ออกมาจะเป็นผลงานในนามของชาวอเมริกัน sad smile
#5  by  mzither(look chin pla) At 2008-08-31 20:54, 
ขอบคุณค่ะ
#6  by  โหลดเพลง (124.157.236.250) At 2009-08-28 00:25, 

<< Home