พอดีวันนี้ผมกำลังเตรียมจะประกาศรับสมัครงาน ก็เลยเข้าไปที่ Web ThaiITJobs.com ซึ่งมี webboard ThaiITPeople.com
ที่หัว webboard ก็เจอบทความที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนในอุตสาหกรรม Software ก็คือบทสัมภาษณ์ของผู้อำนวยการซิป้า ทั้งเก่าและใหม่
สัมภาษณ์ผู้อำนวยการซิป้าคนใหม่ ดร.อาวุธ พลอยส่องแสง
สัมภาษณ์ผู้อำนวยการซิป้าคนเก่า นายมนู อรดีดลเชษฐ
ทั้งสองบทความก็ได้ความรู้และทำให้เข้าใจแนวคิดการทำงานของ SIPA ได้มากพอสมควร ถ้าสนใจลองไปอ่านดูครับ
พอดีมาติดใจอยู่คำถามนึงในบทสัมภาษณ์ผู้อำนวยการคนเก่า
เมื่อก่อนเราพูดถึงอินเดีย แต่ตอนนี้ดูเหมือนเวียดนามจะแซงหน้าไทยไปแล้ว
ผม มองว่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อย่าไปกลัวแข่งขันเพราะตลาดจะโตไปถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดใหญ่มากไม่ควรจะไปบอกว่าเวียดนามเป็นคู่แข่งเราหรืออินเดียเป็นคู่แข่ง แต่ต้องทำตัวเราเองให้เป็นที่ยอมรับของทั้งโลก
สิ่งที่เราต้องการ คือขอเพียง 1% ของตลาดทั้งโลกก็เท่ากับ 4 แสนล้านบาท เราไม่ต้องไปกลัวแข่งกับอินเดีย แข่งกับเวียดนาม ถ้าวิเคราะห์แล้วเวียดนามมีพื้นฐานทางด้านการศึกษา ทางด้านฟิสิกส์ คณิตศาสตร์แข็งมาก ทำให้เด็กเวียดนามมีความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ในเชิงลึกได้
อย่าง เวียดนามต่อไปจะสามารถคิดค้นของใหม่เกี่ยวกับเรื่องซอฟต์แวร์เหมือนอเมริกา คือเป็น invention แต่เราเป็น innovation นำ invention ของคนอื่นมาใช้ เราไปทางราบ เวียดนามไปทางลึก อย่างอินเดียมีความเป็นไปทางกว้าง ทางลึกได้เพราะคนเขาเยอะ เหมือนกับรัสเซียพวกนี้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสูงมาก
ตลาด มันใหญ่ขึ้นทุกวันเพราะซอฟต์แวร์มันแฝงเข้าไปอยู่ในแทบทุกอย่างของชีวิต เราต้องสร้างคุณภาพและศักยภาพของเราแล้วตลาดมันจะมาเอง เพราะเค้กก้อนนี้มันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องแย่งกัน
สังเกตตรงที่ผมเน้นเป็นตัวหนา
สรุปว่าคนไทยไม่มีพื้นฐานการศึกษาทางด้านคณิตศาตร์ ทางด้านฟิสิกซ์ที่แข็ง แข็งไม่เท่าเวียดนาม เลยไม่สามารถเข้าใจเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์เชิงลึกได้ ???
สรุปว่าคนไทยก็เลยไม่สามารถพัฒนาคิดค้นของใหม่เรื่องซอฟต์แวร์เหมือนอเมริกาได้ ??? แต่เวียดนามเขาทำได้ ???
แล้วอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยก็เลยได้แค่จับของต่างประเทศมาใช้ ??? (ก็เลยไม่มี Intellectual Property ทางด้านซอฟต์แวร์ของตัวเอง ??? ได้แต่รับพัฒนาระบบนั่นระบบนี่โดยใช้เทคโนโลยีต่างประเทศ ???)
ถ้าพูดจริงๆ แล้ว คำพูดเหล่านี้ ในปัจจุบันมันก็อาจมีส่วนจริงอยู่ ... แต่ทำไม!!
ทำไมถึงบอกว่าการศึกษาทางด้านฟิสิกส์ และคณิตศาตร์ ของไทยไม่แข็งเท่าเวียดนาม? หรือนั่นมันเป็นเรื่องจริงแล้วในปัจจุบัน?
ทำไมถึงต้องด่วนตัดสินใจ ว่าประเทศไทยคงไม่สามารถพัฒนาทางส่วนลึกอย่างที่ว่า?
และอีกอย่างหนึ่งก็คือ นี่มันเริ่มเป็นการแสดงถึงการยอมรับของคนไทยโดยทั่วไปว่า เวียดนาม "เก่งกว่าเรา ไปไกลกว่าเราแล้ว" ?
แต่ก่อนเวียดนามในสายตาคนไทย คงไม่ต่างกับกัมพูชา หรือพม่า มากนัก ... แต่ต่อไปเราจะมองเวียดนามเหมือนมาเล ถัดจากนั้นก็มองเหมือนสิงคโปร์ และถัดจากนั้นก็จะมองเหมือนมองเกาหลี ??? เป็นประเทศเอเชียอีกประเทศ ที่พัฒนาไปไกล ด้วยนิสัยของคนที่ขยันและมุ่งมั่น ภายใต้ "ระบอบเผด็จการ" (แถมด้วยคอมมิวนิสต์)
จากประเทศที่ต้องตกอยู่ในภาวะสงครามการเมือง และเป็นสมรภูมิร้อนให้กับสงครามเย็น ... ภายในเวลาไม่กี่ปี กลับจะแซงหน้าไทย ที่แทบไม่เคยประสบภาวะเดือดร้อนอะไรเลย
และแม้ในวันนี้ ในขณะที่ประเทศเราไม่ไปไหน หมดเวลาไปปีนี้ 1 ปีกับปัญหาการเมือง ประเทศอื่นเขาก็เดินหน้าต่อไปไม่หยุด
มันคงไม่แปลกหรอกใช่ไหม ว่าทำไมเรื่องแบบนี้มันถึงเกิดได้?
ในโลกธุรกิจเขามักจะพูดกันว่า ตัดสินใจให้เร็ว สำคัญกว่าตัดสินใจให้ถูกต้อง 100% เพราะถ้ามัวแต่ใช้เวลาตัดสินใจ บางครั้งโอกาสมันอาจจะผ่านไปแล้ว
ประเทศไทยตอนนี้อยู่ในภาวะ "ไม่สามารถตัดสินใจ"
คิดดูแล้วกันว่าเสียโอกาสต่างๆ ไปมากขนาดไหน
บทความที่เกี่ยวข้อง
คนเวียดนามตาบอด
โรครักชาติ