มาต่อ series การเงินครับ ถึงแม้ว่าดูท่าทางคนจะอ่านน้อย แต่ไหนๆ ก็เขียนทิ้งไว้แล้ว ก็เอามา post ซะหน่อย :D
ปัญหาหลักของระบบทุนนิยมคือ ในระบบทุนนิยม ทรัพย์สินบนโลกทั้งหมดจะมีแนวโน้มที่จะไปกระจุกตัวอยู่กับคนส่วนน้อย ซึ่งคนส่วนน้อยนี้จะรวยขึ้นรวยขึ้น ปัญหานี้เมื่อรวมกับระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เอื้อและปกป้องนายทุนและคนที่รวยอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้กลุ่มที่ร่ำรวย ร่ำรวยยิ่งขึ้น
ผมไม่ได้กำลังเจาะจงโจมตีรัฐบาลปัจจุบันของประเทศไทยที่นำโดยนายทุนนะครับ เพราะแท้ที่จริงแล้ว ทุกๆ รัฐบาล และทุกๆ พรรคการเมืองนั้น หนุนหลังด้วยนายทุนทั้งนั้น เพียงแต่ว่าจะเป็นนายทุนกลุ่มไหนเท่านั้นเอง ... ในปัจจุบันระบบการปกครองประชาธิปไตย แท้ที่จริงคือระบบการออกกฏหมายและบริหารประเทศของนายทุนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนนั่นเอง และเป็นเช่นนี้ทั่วโลกครับ ... เพราะพรรคการเมืองนั้นยังไงก็ต้องใช้เงิน และเงินจะมาจากไหนได้ถ้าไม่ใช่นายทุน ?
มันเป็นระบบที่ทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่มีสิทธิมีเสียงอะไรมากนัก ได้แต่คาดหวังว่าระดับนายทุนเขาจะเมตตาพวกเราบ้าง ช่วยเหลือพวกเราบ้าง
จริงอยู่ในรูปแบบนี้อาจจะไม่เรียกว่าทุนนิยม ตามนิยามของทุนนิยมในอุดมคติ เพราะทุนนิยมในอุดมคติ ต้องประกอบด้วยกลไกตลาดที่เป็นตลาดเสรี 100% ปราศจากการแทรกแซงหรือควบคุมโดยรัฐกลางใดๆ ..
เจตนารมณ์ของระบบผสมที่เรามีในปัจจุบันคือการมีรัฐบาลเป็นผู้คอยดูแลผลประโยชน์ของคนทั้งประเทศ โดยแทรกแซงตลาดและออกกฏหมายต่างๆ ถ้ามันจำเป็นสำหรับการปกป้องผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ เรียกว่าอาจเป็นกลไกที่พยายามคานอำนาจของนายทุน และสอดแทรกความเป็นสังคมนิยมเข้ามาบ้างเท่าที่จำเป็นเพื่อคนในประเทศ
แต่แนวโน้มที่เกิดขึ้นคือ อำนาจรัฐ กลับกลายเป็น เครื่องมือ ของนายทุน ในการรักษาและขยายผลประโยชน์ของตัวเองให้มากยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นไป และเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ในประเทศ ซึ่งแนวโน้มนี้เริ่มจะเห็นได้อย่างชัดเจนในอเมริกา
ที่อเมริกาเท่าที่ผมอ่านมาก็น่าจะมีการกระจายทรัพย์สินในประเทศแย่กว่าประเทศไทยด้วยซ้ำ คนอเมริกันที่ว่าร่ำรวย แท้ที่จริงแล้วคนรวยเป็นส่วนน้อยของประเทศ (น้อยกว่า 5%) ขณะที่ส่วนมากนั้นเป็นหนี้สูงมาก หนี้สินสูงกว่าทรัพย์สิน ถึงแม้รายได้มาก แต่หนี้สินก็สูงมากเช่นกัน และหนี้สินของทั้งประเทศก็สูงมากๆ ... ปัจจุบันเศรษฐกิจของ US กำลังใกล้จะล้มละลายเต็มที่แล้ว ... สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ คนชนชั้นสูงสุดใน US กำลังใช้รัฐบาล การออกกฏหมาย และสื่อเป็นเครื่องมือในการตักตวงผลประโยชน์ให้มากที่สุด ในขณะที่ประชาชนในชนชั้นกลางที่เหลือเป็นล้านๆ คนจะกลายเป็นคนจนหรือล้มละลาย พร้อมๆ กับการสูญค่าของเงิน dollar ...
ในระบบนี้ สื่อต่างๆ นั้นมีแนวโน้มที่จะตกเป็นเครื่องมือของนายทุนและรัฐอย่างสิ้นเชิง โดยที่สื่อเองก็เต็มใจ โดยเฉพาะที่สหรัฐทั้งรัฐบาลและสื่อนั้นร่วมมือกันให้ข่าวและข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ เพื่อหลอกให้ประชาชนเห็นด้วยกับนโยบายต่างๆ เช่นการทำสงครามกับอีรักบนหลักฐานเท็จ การสร้างภาวะแห่งความหวาดกลัว เพื่อให้สามารถเข้าสู่ wartime economy อันจะสร้างผลประโยชน์ให้ชนชั้นสูงสุดในรัฐบาลได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและเงินภาษีของชนชั้นล่าง
อีกตัวอย่างคือการส่งเสริมนโยบายอย่างเช่นการ outsource งาน IT ไปยังประเทศโลกที่ 3 เช่นอินเดีย เป็นการกระทำที่เพิ่มการขาดดุลการค้า ทำให้รายได้ของชนชั้นกลางลดลง แต่เอื้อประโยชน์ให้คนรวยที่ถือหุ้นของบริษัทเหล่านั้น .. เรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนทั้งประเทศคือการเก็บงานที่สามารถสร้างรายได้ไว้ในประเทศ ไว้ให้ชนชั้นกลาง และการออกกฏหมายควบคุมการ outsource งาน .. แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเพิกเฉยต่อสถานการณ์ พร้อมๆ กับการสูญงานเป็นหมื่นๆ ถึงแสนๆ ไปให้กับประเทศกำลังพัฒนา เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่ม profit margin ให้กับเจ้าของบริษัทเหล่านั้น
ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของผลผลิตที่แย่ ที่ได้จากระบบทุนนิยมบวกกับประชาธิปไตยที่มุ่งหวังให้รัฐบาลดูแลผลประโยชน์ของประชาชน ... เพราะสิ่งที่ได้ออกมากลายเป็นระบบที่นายทุนควบคุมอำนาจรัฐเพื่อทำให้ตัวเองรวยยิ่งขึ้น .. ส่วนประชาชนทั้งประเทศคือผู้ที่ถูกเอาเปรียบ
สำหรับสิ่งที่ผมเขียนนี้ ในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ และพฤติกรรมของชนชั้นสูงสุดที่ปกครองประเทศ มาจากบทความ ข่าวและหนังสือหลายๆ เล่มที่ผมอ่านครับ
ถ้าสนใจเกี่ยวกับเรื่องปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ ลองหาหนังสือ Rich Dad's Prophecy ซึ่งทำนายการล้มละลายของเศรษฐกิจสหรัฐไว้ในไม่กี่ปีนี้ หรือลองอ่านบทความนี้บน web http://www.stock-market-crash.net/coming-crash.htm และยังมีบทวิเคราะห์ของนักเศรษฐศาตร์จำนวนมากที่กล่าวในทิศทางเดียวกันลองหาเอาจาก web นะครับ
ส่วนเรื่องของพฤติกรรมของชนชั้นสูงสุดที่ US ก็หาอ่านได้ที่ www.rense.com และอีกหลายๆ ที่ครับ
อ้อแล้ว มิ.ย. นี้ เตรียมดู US ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด Iran ได้ครับ
คราวหน้าผมจะเขียนต่อเกี่ยวกับว่าตัวเราจะทำอะไรได้บ้าง
มาสเตอร์แชมป์