... แต่เขาจะหยุดหัวเราะ ตอนที่เราทำมันให้เป็นจริง
เมื่อวานผมลุยอ่าน blog มหาศาลมาก .. แต่ blog ภาษาอังกฤษน่ะครับ เรื่องทางด้านการตลาดเป็นส่วนใหญ่ ... ทำให้เกิดความรู้สึกอีกครั้งว่ากำลังเปิดประตูสู่ความรู้อีกมากมายที่จะมีให้ผมอ่านเรื่อยๆ ...
ตอนนี้ผมใช้ SharpReader เป็น RSS reader ซึ่งรู้สึกสะดวกมากๆ มันทำให้ตอนนี้ผมมีข้อมูล มี idea ใหม่ๆ feed เข้าสมองทุกๆ วันเลย ... แล้วผมพบว่า หลายๆ blog ที่ผมอ่าน ตอนนี้เขามักจะมีแนวคิดหรือมุมมองต่อโลกบางอย่างจะคล้ายๆ กันในหมู่คนเขียน blog .. หลายประเด็นเลย .. มันเหมือนกับในโลกของ blog และ rss นี้ idea สามารถสื่อสารกันได้ฉับไวมากกว่าสื่อใดๆ ที่เคยมีมาก่อน
อยากเห็น blog ของคนไทยเป็นที่แลกเปลี่ยน idea กันมากๆ บ้างจัง
สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นเสมอเวลาอ่าน blog ต่างประเทศคือ เขามักจะ link หากันครับ ... เวลาใครมี idea แนวคิดอะไรใหม่ๆ หรือมี entry ที่น่าสนใจ ... คนอื่นๆ ก็จะเขียน entry ใน blog ของตัวเองพร้อม link ไปหา entry นั้นๆ แล้วก็เพิ่มมุมมองของตัวเองในประเด็นนั้นๆ เข้าไป .. เป็นการสนทนากันอีกรูปแบบหนึ่ง ผ่าน blog entry เลย ... ซึ่งคิดดูแล้วคงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ blog เป็นเครื่องมือที่สื่อสาร idea ได้รวดเร็วมาก
.. แต่ใน blog ไทยๆ ผมแทบไม่เคยเห็นเลยที่จะมีการยก entry ของอีกคนหนึ่งมาคุยกัน .. มันเหมือนกับ blog ของแต่ละคนอยู่ในโลกของตัวเอง ไม่รู้จัก blog ของคนอื่น ...
เอ้อ ผมพึ่งสังเกตได้วันนี้จริงๆ นะเนี่ย ... นี่แหละ เป็นอะไรที่เราน่าจะใช้กันมากขึ้น ... เพื่อให้ blog ได้เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนและพัฒนาความคิด พัฒนา idea ของคนไทยด้วย .... ใช่ ผมว่า blog ควรจะเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยน idea เป็นหลัก ... ข่าวสารรองลงมา ... แล้วก็เครื่องมือกระจายความรู้ หรือกระจายความรันทดของชีวิตตัวเอง เป็นอันดับหลังๆ (ฮ่าๆๆๆ) .. แต่ blog ใครก็ blog มันครับ สิทธิสูงสุดอยู่ที่คนเขียน : D
เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะเริ่ม link หา blog คนไทยบ้าง เวลาที่เจออะไรที่เจ๋งๆ
แต่วันนี้ขอเริ่มโดยการคุยถึง blog ภาษาอังกฤษอันนึงแล้วกัน ...
ที่ Blog ของ Evelyn Rodriguez (ซึ่งเป็นใครไม่รู้ แต่ blog เขาเขียนดีมาก 55) ผมไปเจอ entry นึงที่ถูกใจ คือเขาพูดเกี่ยวกับหนังสือที่ชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า "Overachievement" คือเรื่องของคนที่พยายามทำอะไรที่เหนือกว่าสิ่งที่คนทั่วไปคิดว่าเขาจะทำได้
มีเรื่องของ Michael Dell เจ้าของบริษัท Dell ซึ่งเป็นบริษัทขาย PC ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ... เรื่องของ Michael Dell หลายๆ คนคงจะคุ้นเคย .. เขาคือนักธุรกิจที่เริ่มประกอบคอมขายในหอพักตัวเอง ตอนเรียนมหาวิทยาลัย
อันนี้แปลจากข้อความใน Blog ของ Evelyn:
Michael Dell ตอนอายุ 18 ตัดสินใจว่าจะไม่บอกความฝันของตัวเองให้ใครฟัง .. "เพราะพวกเขาคงคิดว่าผมบ้า.. แต่สำหรับผม ผมเห็นโอกาสชัดเจน"
พ่อแม่ของเขานั้น ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ว่าเกรดของลูกชายนั้นกำลังดิ่งฮวบ แล้วก็ไม่เข้าเรียนด้วย .. พวกเขาอยู่ที่สนามบิน Austin กำลังมุ่งไปเยี่ยมแบบ surprise ... Dell สามารถซ่อนคอมทั้งหมดที่เขากำลังประกอบอยู่หลังม่านอ่างอาบน้ำในห้องน้ำของ roommate ของเขา ก่อนที่พ่อแม่จะมาถึงอย่างฉุกละหุก "แกต้องเลิกทำไอ้เรื่องเกี่ยวกับคอมนี่ แล้วก็กลับมามีสมาธิกับการเรียนได้แล้วนะ" พ่อของเขาสั่ง "ลำดับความสำคัญให้ถูกสิ แกต้องการอะไรกับชีวิต? " Dell ตอบว่า "ผมต้องการจะแข่งกับ IBM" ... พ่อของ Dell ฟังแล้วไม่ตลกเลย [เพราะฟังแล้วคงคิดว่าลูกตัวเองประสาทแน่ๆ 5555...]
แต่เรื่องหลังจากนั้นเราคงจะทราบกันดีแล้ว ... Dell เรียนไม่จบ แต่กลายเป็นคนรวยติดอันดับโลก โดยการสร้าง Business Model ในการขาย PC แบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ก็เรียกว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของคนที่มี และเชื่อในความฝันตัวเอง โดยไม่สนใจว่าใครจะว่าไง
.....
Evelyn ยังให้ข้อคิดอื่นๆ อีก .. เช่น
...History, though, shows us that the people who end up changing the world - the great political, social, scientific, technological, artistic, even sports revolutionaries - are always nuts, until they're right, and then they're geniuses...
ประวัติศาตร์ แสดงให้เห็นว่า บุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงโลก .. คนที่สร้างการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สังคม วิทยาศาตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ และแม้แต่กีฬา .. พวกเขา[ถูกมองว่า]บ้าทุกคน บ้าจนกระทั่ง[วันที่]พวกเขาถูก .. แล้ว[เมื่อนั้น]พวกเขาก็กลายเป็นอัจฉริยะ[ในมุมมองคนอื่น]ทันที ...
........
"That the world is overflowing with mind-boggling problems that must be solved (poverty and terrorism immediately come to mind) is something that everyone can agree upon. But how do such problems get solved if everyone is limited to being "normal" and doing things the way they've always been done? "
โลกนั้นเต็มไปด้วยปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ เช่นปัญหาก่อการร้าย และความยากจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นด้วย .. แต่ปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขได้อย่างไร ถ้าทุกคนจำกัดตัวเองเพียงแต่กับการเป็น "คนปกติธรรมดา" และทำทุกอย่างเหมือนอย่างที่เคยๆ ทำ [คือไม่กล้าคิดอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น]
........
"It used to be that companies were threatened by having too many unconventional thinkers around."
มันเคยเป็นจริงที่ว่า บริษัททั่วไป มักจะรู้สึกว่ากำลังจะถูกคุกคามจากภายใน ถ้ามีคนที่ชอบมีความคิดต่างจากคนอื่นอยู่ในบริษัทมากเกินไป [ที่น่าเศร้าใจคือหลายๆ บริษัทในไทย คงยังเป็นงี้อยู่]
.....
และ
When I ask my students or clients what their dream is, they squirm and blush and say things as, "Well, I don't know if I really want to get into that," or "You're going to think I'm crazy if I tell you." When they finally spill the beans, they preface it with, "OK, but don't laugh." People these days seem to talk about their sex lives or personal family matters like they talk about the weather, but dare not utter a world about what really stirs their soul...
เวลาที่ฉันถามนักเรียนหรือลูกค้าของฉัน ว่าความฝันของเขาคืออะไร พวกเขามักจะทำท่าทางเคอะเขิน แล้วพูดในเชิง "ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะทำจริงๆ รึเปล่า" ... หรือ .. "คุณคงจะคิดว่าผมบ้าแน่ถ้าผมบอกคุณ" ... แล้วพอพวกเขายอมบอกในที่สุด เขาก็จะขึ้นต้นด้วยคำว่า "อ่ะ ก็ได้ แต่อย่าหัวเราะนะ ..." คนเราทุกวันนี้ดูเหมือนว่าสามารถพูดคุยเรื่องชีวิตความรัก[ชีวิตเซ็กซ์] เรื่องครอบครัว หรือชีวิตส่วนตัวได้ เหมือนกับคุยเรื่องดินฟ้าอากาส .. แต่ไม่กล้าแม่แต่นิดที่จะพูดซักคำเดียวเกี่ยวกับสิ่งที่หัวใจเขาใฝ่หาอย่างแท้จริง ...
.....
ซึ่งประเด็นสุดท้ายนี้ ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะเรื่องของความกลัว .. ซึ่งความกลัวคือปีศาจที่เลวร้ายที่สุดที่สามารถทำลายความฝันเลยก็ว่าได้ แล้วเอาไว้ผมจะเขียน blog เรื่องความกลัว ...
.....
สุดท้าย Evelyn ทิ้ง quote ที่ผมชอบมากๆ quote หนึ่ง ที่ตั้งใจจะเอามา post อยู่แล้วเหมือนกัน
The future belongs to those that believe in the beauty of their dreams. - Eleanor Roosevelt
อนาคต จะเป็นของเขาเหล่านั้น ผู้ซึ่งเชื่อในความสวยงามของความฝันของตัวเอง - Eleanor Roosevelt
อย่าลืมเริ่มต้นสร้างความฝัน กับบทความ ทำไมชีวิตต้องมีความฝันทำงาน ด้วยนะครับสำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่าน
แก้ไขเมื่อ 12/11/2547 10:28:13