2004/Oct/02

ใน 3 ตอนที่ผ่านมา ผมได้พูดถึงเรื่องของ Habit 1 จากหนังสือ 7 Habits of Highly Effective People

จากตอนที่ผ่านๆ มา คงจะเห็นแล้วว่าคำพูดสั้นๆ ว่า "จงรู้ตัวว่าคุณเลือกได้" แท้ที่จริงแล้วมันมีความหมายมากมาย และสำคัญเพียงไร .. ถ้าไม่เข้าใจคำพูดนี้ ก็คงไม่สามารถทำ Habit 2 ได้อย่างมีความหมาย

1. "กรอบความคิด"
2. Habit 1: Be Proactive "จงรู้ตัวว่าคุณเลือกได้"
3. Habit 2: Begin with the end in mind "จงเลือกว่าคุณต้องการจุดสิ้นสุดอย่างไร"
4. Habit 3: First things first "จงทำตามสิ่งที่คุณเลือก"

Habit 2 "จงเลือกว่าคุณต้องการจุดสิ้นสุดอย่างไร" .. หลังจาก เรารู้แล้วว่า "เราเลือกได้" Habit 2 นี้มันกำลังบอกว่า "ก็เลือกสิ" หรือผมจะเรียกว่า "จงฝัน"

ในหนังสือ 7 Habits ส่วนของ Habit 2 นี้ จะขึ้นต้นด้วย Exercise ที่ผมจำได้แม่นยำ ดังนี้

เตรียมปากกากับกระดาษไว้ครับ หรือว่าจะใช้ Microsoft Word ก็ได้

ทำใจให้สงบ และตั้งใจให้มากที่สุด

เริ่มต้น ให้คุณจินตนาการถึงงานศพของคุณในอีกหลายปีข้างหน้า .. ใช่แล้วครับ คุณตายแล้ว ...

ในงานศพของคุณมีครอบครัว มีญาติ มีเพื่อนสนิทของคุณ มีเพื่อนที่ทำงานมีเจ้านายและลูกน้องของคุณ มาร่วมงาน .. และอาจมีใครคนอื่นอีกมาร่วมงาน

จินตนาการว่าในงานศพของคุณ คุณอยากให้คนที่มาร่วมงาน จดจำคุณอย่างไร จดจำว่าคุณเป็นคนอย่างไร เป็นคนนิสัยอย่างไร มีความหมายกับพวกเขาอย่างไร

จดจำว่าชีวิตคุณได้ทำประโยชน์อะไรบ้าง ประสบความสำเร็จอย่างไรบ้างในชีวิตการงาน ชีวิตครอบครัว

อยากให้เขาจดจำคุณว่าเป็นคนที่ทำหน้าที่ได้ดี(หรือไม่ดี?)ในฐานะอะไรบ้างอย่างไรบ้าง เช่น ในฐานะเป็นพ่อหรือแม่ เป็นลูก พี่ น้อง คนรัก เพื่อน ญาติ ลูกน้อง เจ้านาย คนในสายงานอาชีพ .. คนในสังคม คนในประเทศชาติ ..

จินตนาการอีกว่า คนในครอบครัวคุณมีฐานะเป็นอย่างไร คุณจะทิ้งทรัพย์สมบัติ หรือคุณจะทิ้งหนี้สินไว้ให้ลูกหลานของคุณตอนที่คุณตาย เท่าไหร่

คุณอยากจะได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว อยากที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องไหน อย่างไรไปบ้าง

เขียนบันทึกทุกอย่างที่คุณคิดอย่างละเอียดในทุกแง่มุมเก็บไว้

ถ้าทำได้ก็ทำตอนนี้เลยครับ...

เขียนให้ละเอียดที่สุด เขียนให้ perfect ที่สุด .. ให้เป็นชีวิตของคุณแบบที่คุณอยากให้เป็นที่สุด อย่างจริงใจ ..

.... ไปเขียนให้เสร็จ ค่อยอ่านต่อ ....

ยินดีด้วยครับคุณมี "เป้าหมายชีวิต" แล้ว ... คุณมี "ความฝันนำทาง" แล้ว

... นี่แหละ คือหัวใจของ Habit 2 ... "เริ่มต้นด้วยภาพของจุดสิ้นสุดในใจ" ..

เก็บ "เป้าหมายในชีวิต" ของคุณไว้ให้ดี คุณอาจจะอยากปรับแก้ไขเพิ่มเติมมันในอนาคต ..

....

Covey กล่าวว่า คนเรามักจะตั้งเป้าหมายให้กับเรื่องต่างๆ แต่ลืมไปที่จะตั้งเป้าหมายให้กับสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ชีวิตของตัวเอง นั่นเอง ผลก็คือ หลายๆ คนมักจะหลงทางกับชีวิต เมื่อชีวิตดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง ก็เกิดรู้สึกสับสน รู้สึกหลงทาง ไม่รู้จะไปไหนต่อ ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร ... หลายๆ ครั้งเป็นเพราะตั้งเป้าหมายที่สั้นจนเกินไป เช่น "ฉันจะ Ent ให้ติด" พอ Ent ติดแล้ว ชีวิตก็ไม่มีทิศทาง เกิดอาการหลงทาง ซักพักก็อาจตั้งเป้าใหม่ได้ว่า "ฉันจะเรียนให้จบ" พอเรียนจบก็หลงทางอีกแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิต .. ซักพักก็คิดขึ้นมาได้อีกเป็นเป้าหมายถัดไปว่า "ฉันจะหางานทำ" แล้วพอได้งานก็หลงทางอีก ทำงานไปแล้วก็เริ่มเบื่อชีวิต ทำงานไปวันๆ อยู่เพื่ออะไร ... คนเราก็เป็นอย่างนี้ครับ ต้องคอยหาเป้าหมายให้ตัวเอง ไม่งั้นจะรู้สึกชีวิตหมดความหมาย .. บางครั้งบางคนหาเป้าหมายไม่เจอ หรือขี้เกียจหาเป้าหมายแล้ว หรืออาจเป็นเพราะ "ไม่รู้ตัวว่าเลือกได้" (ขาด Habit 1)เป้าหมายที่เกิดขึ้นอัตโนมัติจึงอาจกลายเป็น "ฉันจะหาความสุขใส่ตัวไปวันๆ" ซึ่งมันก็เสมือนการตอบสนองสิ่งกระตุ้นที่เข้ามาในชีวิตอย่างอัตโนมัติไปวันๆ โดยไม่มีการริเริ่มที่จะกำหนดทิศทางชีวิตเลย ... ถ้าเกิดว่าเป็นเหมือนวัยรุ่นบางกลุ่มสมัยนี้ ก็เลยมั่วสุมทางเพศเกิดเป็น sex เอื้ออาทร เป็นปัญหาสังคมต่ำทราม ... เหตุผลก็เพราะเขาหาเป้าหมายในชีวิตไม่เจอนั่นเอง ..

ผมไม่ได้บอกว่าการ "หาความสุขใส่ตัวไปวันๆ" มันผิด เพียงแต่ว่า
1. ถ้ามันนำความเดือดร้อนมาให้คนอื่น หรือให้สังคม มันก็ไม่ดี
2. การตั้งเป้าหมายในชีวิตให้ชีวิตตัวเองมีค่าและสร้างประโยชน์ให้กับครอบครัว ให้คนรอบข้าง ให้สังคม มันไม่ดีกว่าหรือ? ...
3. มีความสุขไปวันๆ ตอนนี้ก็อาจจะดี แต่ชีวิตในท้ายที่สุด มันอาจจะลำบากไหม คนรอบข้างอาจจะลำบากไหม จะรู้สึกเสียดายชีวิตไหม?

ทีนี้กลับมาอีกแง่มุมหนึ่ง คือ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนใฝ่ดี ประสบความสำเร็จ แต่การตั้งเป้าหมายที่ไม่ไกลพอ ก็อาจจะทำให้หาความสุขไม่เจอเช่นกัน เช่น การตั้งเป้าหมายว่า "ฉันจะรวย" มักไม่เพียงพอ หลายครั้งที่คนที่สามารถหาเงินได้จนรวยล้นฟ้า แต่ก็หาความสุขในชีวิตไม่เจอ อาจจะเป็นครอบครัวที่ไม่อบอุ่น มีลูกก็มีปัญหามั่วสุมกับเพื่อน หรือครอบครัวมีแต่การทะเลาะแก่งแย่งชิงทรัพย์สมบัติ หรืออาจจะไม่มีครอบครัว ตัวคนเดียว หรือไม่มีคนรักที่จริงใจซักคน มีแต่คนที่ชอบเพราะเงิน ... ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการที่ไม่เคยถามใจตัวเอง ว่าแท้ที่จริงแล้ว ชีวิตนี้ต้องการอะไร ซึ่งคำตอบมักจะไม่ใช่ "เงิน"

เพราะฉะนั้น การตั้งเป้าหมายที่ดีที่สุด คือตั้งเป้าหมาย ณ จุดจบของชีวิตเลย ว่าตอนนั้นอยากจะให้เป็นอย่างไร ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องถามตัวเองก็คือ ชีวิตนี้ คุณต้องการอะไร? และเมื่อคุณตาย คุณอยากจะมองกลับมาเห็นชีวิตคุณแล้วรู้สึกภูมิใจ อย่างไร เพราะอะไร หรือว่าพร้อมเสี่ยงที่จะมีแต่ความรู้สึกของความเสียดายหรือความรู้สึกว่า "ไม่น่าเลย"?

ลองจินตนาการว่าชีวิตคือการเดินทาง โดยใช้แผนที่ ซึ่งคือ "กรอบความคิด" ... ถ้าคุณไม่มีเป้าหมาย ถึงแม้ว่า "กรอบความคิด" หรือ แผนที่ ของคุณ จะถูกต้องแม่นยำขนาดไหน ชีวิตคุณก็ไม่มีทิศทางและย่อมเป็นชีวิตที่ "หลงทาง" อยู่ดี ... แต่ถ้าคุณมี "เป้าหมาย" ในการเดินทาง คุณก็ย่อมสามารถหาเส้นทางเดินไปยังเป้าหมายของคุณได้ และตลอดเส้นทาง คุณก็จะมีความสุขสงบใจ ที่คุณรู้ว่าคุณ "ไม่หลงทาง" และกำลังอยู่บนเส้นทางที่จะนำคุณไปยัง "จุดหมายปลายทาง" .. ถึงแม้ว่าแผนที่ของคุณอาจจะผิดพลาดอยู่บ้าง แต่คุณก็พร้อมที่จะปรับแก้ตลอดเวลา ในที่สุดคุณก็จะถึง "จุดหมายปลายทาง" อย่างมีความสุข

1. จงรู้ว่าคุณเลือกได้
2. จงเลือกจุดสิ้นสุดที่คุณต้องการ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เรื่องคุณดีอ่ะค่ะ แต่วิธีการเขียน+นำเสนอไม่คอ่ยน่าสนใจอ่ะค่ะ ไม่เห็นจะมี ส่วน personal ให้มัน balance กันอย่างที่บอกเลย แล้วก็มุมมองมันไม่ต่างอะไรกับหนังสืออ่ะค่ะ ทำไมไม่ลองวิเคราะห์หนังสืออีกรอบอ่ะ แล้วก็เสนอคำถามที่แหลมคม แล้วมีการลองตอบอะไรใหม่ๆอ่ะ เราว่า blog มันจะได้น่าติดตามมากขึ้นอ่ะ อันนี้ก็เสนอเฉยๆนะคะ อย่าว่ากันเด้อ
#1  by  หมาหัวเน่า () At 2004-10-02 03:27, 
ฮ่าๆ ครับ ขอบคุณสำหรับ comment .. คือผมตั้งใจที่จะเขียนเนื้อหา "ทำไมชีวิตต้องมีความฝันนำทาง" ให้ออกมาเป็นแนวบทความที่ถ่ายทอดเนื้อหาจากหนังสือมากกว่าครับ ประมาณว่าเป็นเนื้อหาเริ่มต้นให้กับ blog .. คือในบทความนี้ไม่ได้ตั้งใจจะนำเสนอมุมมองที่ต่างจากหนังสือ แต่อยากจะถ่ายทอดเนื้อหาให้คนที่ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้มากกว่าครับ ... คือเป็นการนำสิ่งที่คิดว่าน่าสนใจมาแป่งปันให้อ่านกันครับ

ส่วนเรื่องการนำเรื่อง personal, ความเห็นส่วนตัวมา balance เนี่ย จะตามมาใน entry ถัดๆ ไปครับ ประมาณว่าอยากจะเขียนบทความพวกนี้ให้จบๆ ไปก่อน เพราะมันเป็นเหตุผลของ "ทำไมชีวิตต้องมีความฝันนำทาง" หรือ ชื่อของ blog นี้
#2  by  chanon At 2004-10-02 16:52, 
ได้อ่านโดยบังเอิญ รู้สึกดีมาก คุณทำให้ฉันรู้ว่า จุดยืนจริงๆของตัวเองคืออะไร ต้องการอะไร ยังไม่สายเกินไปที่ฉันจะเลี้ยวรถกลับ กลับไปในทางที่ตัวเองต้องการจริงๆ ขอบคุณจริงๆ
#3  by  พิมพิลาไล2004 () At 2004-10-02 19:13, 
บังเอิญได้เข้ามาอ่าน เขียนได้ดีครับ ผมขออนุญาติ links ไปที่เวปนี้ http://www.ultraorornor.com/board/index.php?showtopic=5173&st=0&p=34919&#entry34919

เพื่อให้คนอื่นได้อ่านน่ะครับ ขอบคุณอีกครั้ง
#4  by  นานนาน (61.91.76.225) At 2005-06-04 13:28, 
Meaning science is the study of how chemical substances!
#5  by  buy tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-11 03:48, 
#6  by   (124.121.39.164) At 2007-09-06 11:27, 
ช่าย ไม่มีใครลิขิตตัวเองได้ นอกจากใจของเรา
#7  by  ppo-oop@hotmail.com (61.91.161.187) At 2007-11-27 18:38, 
ช่าย ไม่มีใครลิขิตตัวเองได้ นอกจากใจของเรา
#8  by  ppo-oop@hotmail.com (61.91.161.187) At 2007-11-27 18:38, 
สิ่งที่คุณเขียนสอนคนให้เป็นคนเหนือคนขอบคุณ

#9  by  คนเหนือคน (80.74.115.33) At 2007-12-16 18:07, 
เป็นบทความที่ยอดเยี่ยมครับ
ผมอ่านก่อนออกจากงาน
เป็นหนึ่งในสิ่งให้กำลังใจผมเลยเชียว
ขอบคุณนะครับ
#10  by  ราชางานพรอม At 2008-08-11 00:36, 
ขอบคุณค่ะ
#11  by  โหลดเพลง (124.157.236.250) At 2009-08-28 00:24, 

<< Home