2004/Oct/01

[หลังจากอ่านและขัดเกลาตอนที่ 2 รู้สึกว่ามันยาวไป จึงตัดออกมาเป็นตอนที่ 3 ส่วนหนึ่งครับ]

ในหนังสือ 7 Habits of Highly Effective People Covey ได้กล่าวเปรียบเทียบนิสัยคนสองแบบ คือ นิสัย "Proactive" และ นิสัย "Reactive"

คนที่มีนิสัย "Proactive" คือคนที่เลือกที่จะเป็น เลือกที่จะทำ คือคนที่ "รู้ตัวว่าเลือกได้"คนที่มีนิสัยแบบนี้ จะมีความกระตือรือล้น เป็นคนที่ Active เป็นคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร คนที่ Proactive จะไม่รอให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นกับตัวเขา แต่เขาจะเป็นคนทำให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น ด้วยตัวเขาเอง เพราะเมื่อเขาเลือกที่จะเป็น เมื่อเขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เขาก็จะมีความริเริ่มที่จะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นในทันที .. ในแง่ของการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ เมื่อเจอเหตุการณ์หนึ่งๆ คนที่ "Proactive" จะไม่ปล่อยให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ของตัวเองเป็นไปโดยอัตโนมัติ .. เขาจะมองดูตัวเลือกของเขาก่อน ว่าเขาสามารถตอบสนองแบบไหนได้บ้าง แล้วเขาก็จะเลือกการตอบสนองที่ดีที่สุด ...

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น .. ในชีวิตของคนทุกคน แทบทุกวัน ย่อมต้องเจอเรื่องที่ทำให้อารมณ์เสียได้ ... แต่ถามจริงๆ คุณชอบไหม เวลาที่คุณอารมณ์เสีย? คุณคิดว่ามันช่วยอะไรได้ไหม? แท้ที่จริงแล้ว มันไม่ช่วยอะไรเลย ยิ่งจะทำให้การคิดหาทางแก้ปัญหาลำบากขึ้นเพราะอารมณ์พุ่งพรวดการใช้เหตุผลก็ไม่เหลือแล้ว และคุณก็จะไม่ชอบตัวเองด้วย เวลาที่ตัวเองอารมณ์เสีย .. ถ้างั้นจะอารมณ์เสียไปทำไม??? ใครบังคับให้คุณอารมณ์เสียเหรอ ??? ... ไม่มีครับ มีแต่ตัวเราเองที่ทำตัวเองให้อารมณ์เสีย ... แล้วเมื่อรู้งี้แล้วทำไมคนเราถึงยังอารมณ์เสียอีก?? ... โดยเฉพาะบางครั้งกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ?? ... เหตุผลก็คือมันเป็นเรื่องที่เป็นไปโดยอัตโนมัติครับ แต่ถ้าเรารู้ตัวว่าเราสามารถเลือกที่จะไม่อารมณ์เสียได้ .. เราก็สามารถเลือกที่จะไม่อารมณ์เสียได้ครับ ซึ่งนั่นแหละ คือนิสัยของความเป็นคนที่ "Proactive" ที่เราต้องฝึกให้ได้ ซึ่งมันต้องใช้ สติ และความ ริเริ่ม

ปัญหาคือ ณ จังหวะเวลานั้นที่เจอเรื่องไม่ดี ณ จังหวะเวลาที่ฟิวส์ขาด คนเราไม่ทันได้ฉุกคิดครับ ว่าจะอารมณ์เสียไปทำไม ... ซึ่งตรงนี้จริงๆ ฝึกได้ครับ คราวหน้าเมื่อคุณรู้ตัวว่ากำลังจะอารมณ์เสีย หรือเสียไปแล้ว ก็บอกตัวเองเลยว่า จะอารมณ์เสียไปทำไม ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย ทำใจให้เย็นลง แล้วค่อยๆ คิดหาทางแก้ปัญหาดีกว่า .. บางทีมันอาจจะไม่มีปัญหาอะไรด้วยซ้ำไป!

ทีนี้คนที่มีนิสัย "Reactive" ล่ะเป็นไง ... ก็ตรงข้ามกับคนที่ "Proactive" นั่นเอง .. ถ้าแปลตามความหมายของคำว่า Reactive อาจจะเรียกว่าคน Reactive คือ "คนที่คอยตอบสนองอย่างเดียว" คือเรียกว่าไม่มีความริเริ่มอะไรจากเขาเลย คนแบบนี้จะไม่เลือกที่จะเป็น แต่สิ่งที่เขาเป็นเกิดจากการที่เขาตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ภายนอกเท่านั้น การที่เขา "ไม่เลือก" แท้ที่จริงมันคือการ "เลือกให้สิ่งรอบข้างเป็นตัวกำหนดชีวิตของเขา" ซึ่งเป็นการ "ผลักความรับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเอง ให้สิ่งอื่น ให้คนอื่น ที่ไม่ใช่ตัวเอง" ... กรณีของการ Entrance ที่ไม่ได้เลือกคณะด้วยตัวเอง แต่ปล่อยให้พ่อแม่หรือเพื่อนเป็นคนกำหนด ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเป็นคน Reactive

คน Reactive บางครั้งอาจจะรู้สึกไม่เข้าใจชีวิต ว่าทำไมชีวิตตัวเองถึงเป็นแบบนี้ ทำไมชีวิตตัวเองมีแต่อะไรที่ไม่ต้องการ ไม่อยากที่จะให้มันเป็น .. คนแบบนี้มักจะรู้สึกไม่มีอำนาจ หรือพลัง ที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นได้ .. คนแบบนี้อาจจะเชื่อเรื่องของดวง และโชคชะตา มากกว่าการเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยตัวเอง เชื่อว่าชีวิตนี้ฟ้าลิขิตไว้แล้ว (note: ผมเองก็ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อเรื่องของดวง โชคชะตาอะไรนะครับ เพียงแต่ผมคิดว่าบางครั้งโชคชะตาคงจะเข้าข้างคนที่ช่วยตัวเองมากกว่าด้วย)

คนที่ Reactive นั้น จะชอบโทษสิ่งอื่นนอกตัว ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเขาเลวร้าย (ก็แน่นอนแหละ ในเมื่อปล่อยให้สิ่งนอกตัวเป็นตัวกำหนดตัวชีวิตเองก็คงรู้สึกอย่างนั้น) .. ในขณะที่คน Proactive จะรับผิดชอบชีวิตตัวเอง และจะเข้าใจดีว่า ทุกอย่างที่ตัวเขาเป็นอยู่ตอนนี้ เกิดจากการที่ตัวเขาเลือก หรือไม่เลือก ที่จะเป็น

ปัญหาของคน Reactive คือ ปล่อยให้สิ่งนอกกาย เป็นตัวกำหนดชีวิต แล้วก็โทษสิ่งนอกกายนั้น ว่าเป็นตัวทำให้ชีวิตเขาแย่ แล้วก็เป็น Loop อย่างนี้ไม่สิ้นสุด ตราบใดที่เขาไม่ "ได้สติ" ที่จะเข้าใจว่า ชีวิตของตัวเขาเอง ตัวเขาคือคนรับผิดชอบ ตราบใดที่เขาไม่ "รับผิดชอบชีวิตตัวเอง" ชีวิตของเขาก็ย่อมไม่มีวันเป็นไปตามที่เขาต้องการได้

เมื่อคนที่ Reactive ผลักความรับผิดชอบในชีวิตตัวเอง หรือโทษเรื่องเรื่องหนึ่งให้กับสิ่งนอกกาย "พลัง หรืออำนาจ" ของเขา ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ย่อมน้อยลง เป็นการลดอำนาจของตัวเอง ... ในสังคมทุกวันนี้ เราจะเห็นคนในสังคมโทษกันไปโทษกันมาในเรื่องต่างๆ เราจะเห็นคนที่มีปัญหาโทษคนอื่นว่าเป็นต้นตอของปัญหา เราจะเห็นคนที่ลำบาก โทษโชคชะตา โทษพระเจ้า หรือโทษคนที่ไม่ยอมช่วยเหลือเขา แท้ที่จริงแล้ว คนที่กำลังโทษคนอื่น กำลังผลักอำนาจในการที่จะทำชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น ทิ้งไป ...

เหตุผลที่คนชอบโทษคนอื่น ก็เพราะ คนเราไม่ชอบยอมรับว่าตัวเองผิดครับ เวลาโทษคนอื่น โทษอย่างอื่น แล้วมันเหมือนเป็นการหลอกตัวเองให้รู้สึกดี ว่าจริงๆ แล้วตัวเราไม่ได้ทำอะไรผิด ... แต่ถ้าตราบใดที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด ก็ไม่มีทางที่จะปรับปรุงแก้ไข ให้เรื่องนั้นมันดีขึ้นได้เลยครับ

ในประเด็นเดียวกันนี้ ถ้าเป็นคนที่ Proactive เมื่อเขามองเห็นสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการในชีวิตของเขา เขาจะไม่โทษคนอื่น แต่เขาจะมองเห็นสิ่งนั้นเป็นโอกาส โอกาสที่เขาจะได้เลือกที่จะทำให้มันดีขึ้น เพื่อให้ชีวิตของเขาสมบูรณ์ขึ้น.. คนที่ Proactive จะไม่ผลักความรับผิดชอบในชีวิตของเขาให้คนอื่น เพราะเป้าหมายของคนที่ Proactive คือการเพิ่ม "พลังหรืออำนาจ หรืออาจจะเรียกว่าอิทธิพล" ของตัวเองให้สูงที่สุด .. คนที่ Proactive ไม่ใช่แค่ควบคุมชีวิตตัวเอง แต่เขาสามารถมีอิทธิพลต่อชีวิตของคนอื่นๆ ได้ด้วย

Covey เรียกแนวคิดนี้ว่า Circle of Influence ... ลองจินตนาการว่าเรื่องทุกเรื่องบนโลกนี้อยู่บนแผ่นกระดาษใบหนึ่ง และมีวงกลมหนึ่งวง แทนเรื่องที่คุณมีอิทธิพลที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้ ... คนที่ Reactive นั้น กำลังลด Circle of Influence ของตัวเองให้เล็กลง ถึงเล็กที่สุด เพราะแม้แต่ชีวิตของตัวเขาเอง เขาก็ยังไม่มีอิทธิพลที่จะควบคุมมันเลย ในขณะที่คนที่ Proactive นั้น กำลังขยาย Circle of Influence ของตัวเองให้ใหญ่ขึ้นๆ เพราะนอกจากเขาควบคุมชีวิตตัวเองแล้ว เขายังสามารถมีอิทธิพลกับชีวิตคนอื่นๆ ...

ถ้าเราอยากให้โลกนี้ อยากให้ชีวิตนี้ เป็นไปตามที่เราอยากให้เป็น ให้มากที่สุด เราย่อมต้องขยาย Circle of Influence ของเราครับ ซึ่งก็ทำได้ด้วยการเป็นคน Proactive นั่นเองครับ ..

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่าน blog อันนี้แล้วเห็นด้วยนะคะ "ถ้าตราบใดที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด ก็ไม่มีทางที่จะปรับปรุงแก้ไข ให้เรื่องนั้นมันดีขึ้นได้เลย" ชอบคำพูดนี่ล่ะ ได้แง่คิดดีคะ
#1  by  SwEetSeA^-^ At 2004-10-03 09:49, 
"คนที่ Proactive จะไม่รอให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นกับตัวเขา แต่เขาจะเป็นคนทำให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น ด้วยตัวเขาเอง เพราะเมื่อเขาเลือกที่จะเป็น เมื่อเขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เขาก็จะมีความริเริ่มที่จะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นในทันที "

ชอบคำพูดนี้ค่ะ ตอนนี้ก็เริ่มทำตามในสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้วค่ะ
#2  by  piggygirl (202.183.130.75) At 2004-11-12 21:05, 
เท่าที่อ่านมา ชอบบทความตอนนี้มากๆเลยค่ะ คุณเขียนได้ดีและมีสาระ จะติดตามไปเรื่อยๆนะคะ
#3  by  phelle At 2005-04-08 19:37, 
ขอบคุณมากนะครับคุณ phelle
#4  by  chanon At 2005-05-30 16:12, 
ขอบคุณครับที่ทำ ให้ได้ [สติ..]
#5  by  ticktack (58.8.22.166) At 2007-07-24 21:11, 
ขอบคูณมากๆน้ะค่ะ ที่ทำให้เปนคนที่มีความฝัน ความมุ่งมั่นอีกครั้ง ว่าเคยเหนชีวิตตัวเองไม่มีคุณค่า จากที่เคยถูกผู้ชายเลวๆคนหนึ่งหักอกมา
#6  by  ปุยฝ้าย (203.113.51.36) At 2007-11-18 12:35, 
เพิ่งเรียนวิชาเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดีเลยค่ะ
ไม่ค่อยเข้าใจพอมาอ่านบทความนี้นึกภาพออกเลยล่ะค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ
#7  by  p (161.200.255.162) At 2007-11-20 21:09, 
เป็นบทความที่กระจ่างชัด
#8  by   (118.173.242.3) At 2008-10-02 11:08, 
อย่ามัวแต่รอ ทำมันด้วยหัวใจ
#9  by  jahthingtong (58.9.194.90) At 2009-02-28 22:49, 
ขอบคุณค่ะ
#10  by  โหลดเพลง (124.157.236.250) At 2009-08-28 00:26, 
open-mounthed smile very good
#11  by  Sarah (203.170.236.162) At 2009-10-15 16:01, 

<< Home